คล็อปป์ เผยคิดวาง มาเน เป็นหน้าเป้าตั้งแต่แรก

1.คล็อปป์ เผยคิดวาง มาเน เป็นหน้าเป้าตั้งแต่แรก

หลังจากที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน ได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นครึ่งแรกในเกมแดงเดือดที่ หงส์แดง บุกไปแบ่งแต้มกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องหานักเตะในแนวรุกเข้ามาทดแทนในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าในเกมกับ วัตฟอร์ด

ในขณะที่กุนซือเมืองเบียร์มีตัวเลือกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่เขาได้ให้สัมภาษณ์ว่าชื่อของ ซาดิโอ มาเน คือชื่อแรกที่แวบขึ้นมาในความคิดสำหรับการแก้ปัญหาแดนหน้า

“มันเป็นไอเดียแรก มันเป็นความคิดแรกเลย และเราก็ไม่เปลี่ยนใจ ในตำแหน่งนั้นคุณต้องการนักเตะที่สามารถเล่นดีได้ในพื้นที่แคบ ๆ ซึ่งสามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์ในการเจอกับเกมรับ และเล่นบอลฉลาด เรามีนักเตะคนอื่น ๆ ที่สามารถเล่นแบบนี้ได้ แต่ก็ไม่สามารถเล่นกับความเร็วของ มาเน ได้”

“ซาดิโอ เคยเล่นมาแล้วหลายตำแหน่งในชีวิตการค้าแข้งของเขา สำหรับเราจึงไม่สงสัยเลยว่าเขาสามารถเล่นในตำแหน่งนี้ให้กับเราได้”

“สิ่งที่เราทำหลังจากที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกมา และเป็น อดัม ลัลลานา ลงเล่นแทนในการขึ้นไปยืนด้านบนนั้นมันก็ดูได้ผลดี ซึ่งถ้าเป็น แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) แน่นอนว่ามันก็จะได้ผลเช่นเดียวกัน แต่ในเกมคืนนี้ เราคิดว่ามิธีการแก้ปัญหา เพราะมันเป็นแผนแรกและแผนสุดท้ายของเรา” คล็อปป์ กล่าว

2.คล็อปป์ เผยคิดวาง มาเน เป็นหน้าเป้าตั้งแต่แรก

โซลชา รับยังไม่แน่ใจอนาคต เฟลไลนี หลังมีข่าวย้ายไปค้าแข้งแดนมังกร

โซลชา รับยังไม่แน่ใจอนาคต

โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือรักษาการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าเขายังไม่รู้เกี่ยวกับอนาคตของ มารูยาน เฟลไลนี มิดฟิลด์ร่างยักษ์ชาวเบลเยียม หลังจากที่เจ้าตัวมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไปค้าแข้งในเมืองจีน

มีรายงานว่า กองกลางวัย 31 ปีเตรียมที่จะย้ายออกจาก พรีเมียร์ลีก ไปเล่นใน ไชนิส ซุเปอร์ลีก โดยจุดหมายของเขาก็คือทีม ซานตง ลู่หนิง

เฟลไลนี เป็นนักเตะที่เป็นที่โปรดปรานของกุนซือคนก่อนอย่าง โชเซ มูรินโญ รวมทั้ง หลุยส์ ฟาน กัล หลังจากที่ย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในยุคของ เดวิด มอยส์ เมื่อปี 2013 แต่อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควรภายใต้การคุมทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวที่เข้ามารับงานแทนที่ มูรินโญ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนถูกผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับอนาคตของกองกลางร่างโย่งรายนี้ หลังเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านทำได้แค่ไล่ตีเสมอ เบิร์นลีย์ ด้วยสกอร์ 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาโดย โซลชา ได้กล่าวว่าเขาก็ยังไม่ทราบเช่นกัน

“ด้วยความสัตย์จริงนะ ผมยังไม่รู้เลย ผมมีงานยุ่งทั้งวัน ผมเลยยังไม่รู้ว่าข่าวล่าสุดไปถึงไหนแล้ว เราก็แค่รอเท่านั้น”

มารูยาน เฟฟลไลนี ได้ลงสนามให้กับ เร้ดเดวิล ไปแล้ว 21 นัดรวมทุกรายการในซีซันนี้ และทำได้ 2 ประตู โดยเจ้าตัวไม่ได้ลงสนามให้กับทีมอีกเลยนับตั้งแต่เกม เอฟเอคัพ รอบสาม ที่เอาชนะ เรดดิ้ง เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา

โซลชา รับยังไม่แน่ใจอนาคต

อูไน เอเมรี่ ออกมาขอโทษแฟนบอล ที่ถูกเขาเตะขวดน้ำใส่โดยไม่เจตนา

อูไน เอเมรี่ ออกมาขอโทษแฟนบอล ที่ถูกเขาเตะขวดน้ำใส่โดยไม่เจตนา

อูไน เอเมรี่ ออกมาขอโทษแฟนบอล ที่ถูกเขาเตะขวดน้ำใส่โดยไม่เจตนา

อูไน เอเมรี่ กุนซือของอาร์เซน่อล ออกมาขอโทษแฟนบอล ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ที่ถูกเขาเตะขวดน้ำใส่โดยไม่เจตนา ในเกมที่ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

เอเมรี่ กล่าวว่า “ผมได้กล่าวขอโทษกับบรรดาแฟนบอลพวกเขาไปแล้ว เพราะผมไปเตะขวดใส่พวกเขา หลังจากผิดหวังกับจังหวะของเราในช่วงท้ายเกม มันไม่ได้แรงนะ แต่ก็ไปโดนแฟนบอลคนหนึ่ง ผมเลยเข้าไปขอโทษพวกเขา”

ผลเสมอในนัดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล เอาชนะได้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นในเกมเยือน 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งพวกเขาตามหลังอันดับสี่อย่าง เชลซี ไปเป็น 2 แต้มแล้ว

เอเมรี่ กล่าวเสริมว่า “ผมผิดหวังเล็กน้อย ผมคิดว่ากุญแจสำคัญในวันนี้คือครึ่งแรก เราควบคุมการแข่งขันเหมือนที่เราต้องการ เราทำประตูได้และมีโอกาสที่ดีถึงสองครั้งจาก โอบาเมยอง ที่เกือบจะทำประตูที่สองได้ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็มาตีเสมอเรา มันทำให้ในช่วงครึ่งหลังเราต้องพยายามอีกครั้งเพื่อควบคุมการแข่งขัน สร้างโอกาสและพยายามเอาชนะให้ได้ แต่เราไม่ได้ทำเช่นนั้น ในช่วงครึ่งหลังเราไม่สามารถทำได้ตามความคิดของเรา เราสร้างโอกาสน้อยลงในช่วงครึ่งหลัง วันนี้เป็นเกมที่สำคัญมาก ๆ ที่ต้องคว้าสามคะแนนมาให้ได้ แต่ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้แหละ และใน 90 นาทีเราก็ทำได้แค่เสมอ”

ซุ้มปืนยุคใหม่ของ “เอเมรี่” พร้อมท้าชิงแชมป์แล้วหรือยัง ?

ปืนยุคใหม่ ภายใต้การคุมบังเหียนจาก เอเมรี่

อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มหรูด้วยการใส่เกียร์เดินหน้าพลิกกลับมาแซงนำ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ 3-1 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึกมันเดย์ไนท์และยังเป็นการเก็บชัยชนะรวด 10 นัดจากทุกรายการ แม้จากสถิติจะบ่งชี้ว่าผลลัพธ์ที่น่าประทับใจของพวกเขาจะมีเรื่องของดวงเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่ด้วยฟอร์มของพวกเขาในขณะนี้จะมีคู่ต่อสู้ซักกี่รายที่จะกล้าท้าชนทีมของ อูไน เอเมรี่ ได้อย่างไม่เกรงกลัว ? ชัยชนะ 10 นัดติดต่อกันสามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี ทีมปืนใหญ่ ที่หลายๆคนคุ้นเคยเริ่มกลับมาปรากฏกายให้เห็นเด่นชัด และใครๆก็คงเข้าใจได้ถึงความกระดี๊กระด๊าอย่างออกนอกหน้าของเหล่าสาวก เดอะ กันเนอร์ส ในช่วงนี้ อดีตทีมระดับหัวแถวของ พรีเมียร์ลีก ที่ทำตัวเป็นยักษ์หลับมานานหลายปีเริ่มส่งสัญญาณการขยับตัวที่ใครๆก็สามารถสัมผัสได้ จากผลงานการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดของพวกเขาในรอบครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวกภายใต้การทำงานของ เอเมรี่ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปในแบบไร้ที่ติซะเลยทีเดียว อาร์เซน่อล ยังเกือบจะเอาตัวไม่รอดในการเผชิญหน้ากับแนวรุกของ เลสเตอร์ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังโชคดีที่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แต่สิ่งสวยงามที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นในช่วง 45 นาทีหลังจากความยอดเยี่ยมของ เมซุต โอซิล และผองเพื่อนที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมของเกมในครึ่งหลังไปอย่างสิ้นเชิง หากพูดถึงการลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้ หลายๆคนก็คงมองไปที่ ลิเวอร์พูล ที่มีดีพอจะขึ้นไปต่อกรกับ แมนฯ ซิตี้ หรือแม้แต่ เชลซี ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและยังรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และล่าสุดเราก็ไม่อาจมองข้าม อาร์เซน่อล ไปได้จากการที่พวกเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่เหมาะสมจากการเก็บแต้มได้เทียบเท่ากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมคู่ปรับร่วมเมืองหากแต่มีประตูได้เสียที่ดีกว่า

แต่ อาร์เซน่อล ควรคู่กับการเป็นทีมลุ้นแชมป์จริงหรือ? หากดูฟอร์มนัดล่าสุดของพวกเขาในช่วงครึ่งชม.หลังก็คงไม่มีใครโต้แย้ง แต่หากมองย้อนไปถึงฟอร์มในช่วงครึ่งชม.แรกความรู้สึกเมื่อซักครู่ก็อาจจะเปลี่ยนไป เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ มีโอกาสสับไกภายในระยะเวลา 2 นาที, ร็อบ โฮลดิ้ง รอดพ้นการทำให้ทีมเสียจุดโทษจนแฟนบอลทีมเยือนต่างหัวร้อนกันเป็นแถว และจังหวะโหม่งเน้นๆของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ถูกปฏิเสธจากการเซฟอันยอดเยี่ยมของ แบร์นด์ เลโน่ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่ เอคตอร์ เบเยริน จะสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง เมื่อนำสถิติแนวรับของทีมปืนใหญ่ไปเปรียบเทียบกับ 3 ทีมที่อยู่เหนือพวกเขาในตารางคะแนนด้วยตัวเลขที่บ่งชี้ว่าแต่ละทีมต้องเผชิญหน้ากับจังหวะเข้าทำของคู่แข่งแบบจะแจ้งเท่าไร ผลสรุปที่ออกมาคือ แมนฯ ซิตี้ 5 ครั้ง, ลิเวอร์พูล 8 ครั้ง และ เชลซี 18 ครั้ง ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงอันดับของทีมจ่าฝูงเรียงตามลำดับจากความสามารถในการป้องกันหน้าปากประตูของพวกเขา โดยที่ อาร์เซน่อล ก็อยู่ที่ 18 ครั้งเท่ากับ เชลซี แต่มีตัวเลขของโอกาสถูกส่องจากคู่แข่งโดยรวมที่มากกว่า

ในทางตรงกันข้ามจากโอกาสยิงประตูแบบจะแจ้ง แม้ วัตฟอร์ด จะเป็นทีมที่เคยมีโอกาสเหน่งๆมากถึง 6 ครั้งต่อเกม โดยมีเพียง แมนฯ ซิตี้ เท่านั้นที่เคยสร้างโอกาสเน้นๆได้มากกว่าพวกเขาในหนึ่งเกม แต่ทีมของ ฆาบี้ การ์เซีย ก็ยังคงอยู่ในอันดับที่ 7 เพราะแม้จะมีโอกาสจะแจ้งมากมายแต่ปัญหาของพวกเขาก็คือการเอาบอลผ่านมือผู้รักษาประตูคู่แข่ง ซึ่งนี่กลายเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ ทีมปืนใหญ่ เพราะหากนำเอาตัวเลขจังหวะยิงประตูแบบจะแจ้งของพวกเขาที่ 17 ครั้งซึ่งรั้งอยู่ในอันดับ 10 จากทุกๆทีม และน้อยกว่ากลุ่ม 3 ทีมนำอย่าง แมนฯ ซิตี้ (36), ลิเวอร์พูล (20) และ เชลซี (26) แต่กุญแจความสำเร็จของพวกเขาก็คือความเฉียบคมจากโอกาสสับไกที่มีไม่มากนัก

และหากตัดตัวเลขของจังหวะบล็อกและประตูจากจุดโทษออกไป อาร์เซน่อล มีอัตราการแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูจากโอกาสทั้งหมดที่สูงถึง 23.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดจากบรรดาทีมทั้งหมดใน พรีเมียร์ลีก ขณะนี้ “และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม อาร์เซน่อล ถึงคว้าชัยชนะได้ในแต่ละเกม พวกเขาจะสามารถทำแบบนี้ได้ไปจนจบฤดูกาลหรือไม่? ตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะมันเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ” เจมี่ คาร์ราเกอร์ นักวิเคราะห์ของ สกาย สปอร์ตส์ ได้ให้ความเห็นเอาไว้ ประสิทธิภาพการยิงประตูของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ก็ดีดตัวขึ้นสูงปรี๊ดกว่า 40% นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาค้าแข้งอยู่ใน ลอนดอน และเขายังทำได้ทั้ง 2 ประตูจากโอกาสที่มีในเกมกับ เลสเตอร์ อีกด้วย ในขณะที่อัตราความเฉียบคมของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันซักเท่าไร “สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ในขณะนี้มันค่อนข้างเกินจริงไปซักหน่อย และมันก็คงจะค่อยๆลดลงในไม่ช้าและเริ่มส่งผลกระทบต่อผลงานของพวกเขา เพราะโดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถจบสกอร์ได้ในเรทเท่านี้” คาร์ราเกอร์ ตอกย้ำทิ้งท้าย

คำวิจารณ์ของอดีตแข้งหงส์แดงมาจากพื้นฐานของสถิติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะไม่มีทีมอื่นใดที่สามารถสร้างอัตราการจบสกอร์ได้สูงกว่า 20% ในซีซั่นนี้ และก็ไม่มีทีมใดที่แปรเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้สูงถึง 20% ในฤดูกาลก่อนเช่นกัน และมันก็คงเป็นไปได้ยากที่ อาร์เซน่อล จะรักษาสถิตินี้ไว้ได้จบจบฤดูกาล แต่วิวัฒนาการภายในทีมของ เอเมรี่ เป็นสิ่งที่แฟนๆน่าจะให้ความสนใจมากกว่า พวกเขาเป็นทีมที่ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังสูญเสีย อเล็กซิส ซานเชซ รวมถึงผู้หลักตัวหลักคนอื่นๆออกไป หากแต่สถานการณ์ปัจจุบันของ อาร์เซน่อล กลับดูดีกว่าในช่วงที่ผ่านๆมา ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับ เอเมรี่ แบบเต็มๆหลังจากที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพภายในทีมและช่วยชี้นำให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ยุคใหม่

“ยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ เมื่อคุณลองนึกถึงผจก.ทีมคนหนึ่งที่อยู่ที่นั่นยาวนานถึง 22 ปีและมีวัฒนธรรมที่ฝังลึกอยู่ในนั้น มันจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆและทำให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างตามที่ อูไน เอเมรี่ ต้องการ แม้มันจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็จะเป็นสิ่งที่มั่นคง และหากคุณสามารถเก็บชัยชนะไปได้ด้วยระหว่างทางก็จะเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่า” อลัน สมิธ อดีตตำนานทีมปืนใหญ่ ได้กล่าวไว้กับทาง สกาย สปอร์ตส์

ในขณะที่ เอเมรี่ ก็พูดถึงสถานการณ์ของตนเองไว้หลังเกมบุกไปถล่ม ฟูแล่ม 5-1 ในช่วงก่อนเบรคทีมชาติไว้ว่า “เมื่อตอนที่เราพ่ายแพ้ให้กับ แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี ใน 2 แมตช์แรก พวกเรายังคงสงบนิ่ง และเมื่อเรากลับเข้าสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในตอนนี้ ผมคิดว่าเราต้องเตรียมสภาพจิตใจให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน เราค่อยๆไต่อันดับขึ้นไปบนตารางทีละเล็กละน้อยจนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าที่เราคาดเอาไว้ เราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปและเราก็สามารถทำมันได้”

จากการคว้าชัยชนะ 10 เกมรวดที่กลายเป็นสถิติอันน่าประทับใจที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ในขณะที่ผลงานของพวกเขายังคงห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์แบบก็อาจเป็นเรื่องที่ดีเมื่อมองจากภาพรวมที่ดูมีความหวังขึ้นในทุกๆด้าน และก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่บรรดาแฟนๆจะเริ่มตั้งความหวังขึ้นมาเนื่องจากทีมของ เอเมรี่ มีแต้มตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น บางทีหาก อาร์เซน่อล สามารถเก็บ 3 คะแนนจาก คริสตัล พาเลซ ได้ในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ พวกเขาก็จะสามารถขยับขึ้นไปอยู่เหนือ แมนฯ ซิตี้ ได้ชั่วคราวและทำให้กองเชียร์ของพวกเขาได้มีความสุขกันอย่างเต็มที่อีกครั้ง

เอสเซียง บอก โลโปเตกี โดนไล่ออกได้ทุกเมื่อ

เอสเซียง บอก โลโปเตกี โดนไล่ออกได้ทุกเมื่อ

มิคาเอล เอสเซียง กล่าวว่า ยูเลน โลโปเตกี อาจถูกไล่ออกจาก เรอัล มาดริด ได้ทุกเมื่อหากว่าผลการแข่งขันยังคงไม่ดีขึ้นในเร็วๆ นี้ โลโปเตกี คุมทีมราชันย์ชุดขาวทำสถิติที่เลวร้ายที่สุดของ มาดริด นับตั้งแต่ปี 1985 โดยทีม ลอส บลังกอส ไม่สามารถทำประตูได้มาแล้วนานถึง 4 นัดติดต่อกันในการแข่งขันทั้งหมดทุกรายการ

การพ่ายแพ้ ต่อ เซบีย่า และ อลาเบส ใน ลาลีกา และตามด้วยการบุกไปพ่ายแพ้ให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เพิ่มแรงกดดันให้กับอดีตผู้จัดการทีมชาติสเปนรายนี้เป็นอย่างมากว่าอาจจะถูกไล่ออกติดๆกันหลังจากเพิ่งถูกไล่ออกจากการคุมทีมชาติสเปนในช่วงก่อนศึกฟุบอลโลก 2018 อย่างไรก็ตาม เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม เรอัล มาดริด กล่าวว่าจะเป็นการ “บ้า” หากว่ามีการยกลิกสัญญากับ โลโปเตกี ในขณะที่ นาโช่ เฟอร์นันเดซ เพื่อนร่วมทีมระบุว่านักเตะในทีมยังคงหนุนหลังกุนซือรายนี้อย่างเต็มที่

ทางด้าน มิคาเอล เอสเซียง ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่น มาดริด ที่ถูกยืมตัวมาในช่วงฤดูกาล 2012-13 เชื่อว่า โลโปเตกีอาจจะถูกยกเลิกสัญญาได้หากฟอร์มการเล่นยังไม่กระเตื้องขึ้นอย่างรวดเร็ว “เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้น คุณจึงสามารถจินตนาการถึงความกดดันได้ เราทุกคนหวังว่าเขาจะทำได้ดี มันเป็นสโมสรใหญ่และถ้าคุณจะไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีคุณก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคืออะไร” เอสเซียง ให้สัมภาษณ์กับ Omnisport

มูนิเยร์ ยกย่อง เนย์ม่าร์ สุดยิ่งใหญ่

มูนิเยร์ ยกย่อง เนย์มาร์ สุดยิ่งใหญ่

โธมัส มูนิเยร์ แบ็คขวาทีมชาติเบลเยียม ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ออกมายกย่องฟอร์มการเล่นของเนย์ม่าร์ ว่าเป็น “เดอะ เกรท เนย์ม่าร์” หลังจากที่กองหน้าทีมชาติบราซิลนำทีมยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศส เอาชนะ เร้ดสตาร์ เบลเกรด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยในนัดนี้ เนย์ม่าร์ สามารถทำแฮตทริกช่วยให้เปแอสเช คว้าชัยชนะไปได้อย่างท่วมท้น 6-1 ในคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่ง มูนิเยร์ ได้แสดงความประทับใจอย่างมากสำหรับนักเตะวัย 26 ปี รายนี้ซึ่งตอนนี้ยิงไปแล้วถึง 10 ประตูในฤดูกาลนี้

“เขายอดเยี่ยมมาก มันคือสิ่งที่เรียกว่า เกรท เนย์ม่าร์ ซึ่งเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วตั้งแต่ในอดีต เขาพร้อมที่จะทำประตูได้ 2 -3 ประตูในการแข่งขัน เราทุกคนรู้จักคุณสมบัติของเขา เราภูมิใจที่มีนักเตะอย่างเขาอยู่ในทีมของเรา และเขาสามารถภาคภูมิใจกับผู้คนที่มีอยู่รอบตัวเขาได้เช่นกัน” กองหลังจอมบุก บอกกับผู้สื่อข่าว โดยอีก 3 ประตู เป็นของ เอดิสัน คาวานี่,อังเคล ดิ มาเรีย และ คีเลี่ยน เอ็มปัปเป้ ทำให้ตอนนี้ทีมอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่ม C ด้วยการมี 3 คะแนน

ส่วนทางด้าน เนย์ม่าร์ คาดว่าน่าจะมีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นเป้าหมายของทีมราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังจากที่ในเวลานี้ทีมยักษ์ใหญ่จากสเปน กำลังประสบปัญหาในเกมรุกอย่างหนัก หลังจากที่การปล่อยตัว คริสเตียโน โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสออกจากทีมเริ่มแสดงผลออกมา โดยเวลานี้ เรอัล มาดริด ไม่ชนะใครติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายนัดแล้ว รวมทั้งนัดล่าสุดที่บุกไปแพ้ สปาตัก มอสโก 1-0 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดล่าสุดด้วย

เอร์เรร่า อาจซบ บาร์ซ่า หลังหมดสัญญากับผีแดง

เอร์เรร่า อาจซบ บาร์ซ่า หลังหมดสัญญากับผี

อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกรายงานว่าเป็น 1 ในนักเตะเป้าหมายของทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ที่อยากจะได้ตัวมาร่วมทีมในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ปีหน้า สัญญาฉบับปัจจุบันของดาวเตะชาวสเปนที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กำลังจะหมดอายุลงภายหลังหมดฤดูกาลนี้ทำให้หลายทีมกำลังจับตามองสถานการณ์ของผู้เล่นรายนี้และเตรียมจะยื่นข้อเสนอให้กองกลางทีมชาติสเปนรายนี้พิจารณาทันทีเมื่อถึงเวลา

ตามที่รายงานข่าวจาก หนังสือพิมพ์ เดอะซัน เอร์เรร่า ยังคงเป็นที่ต้องการของ บาร์เซโลน่า แม้ว่าทีมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาต้องพบกับความล้มเหลวในการเซ็นสัญญากับ เอร์เรร่า ในช่วงตลาดนักเตะเมื่อครั้งล่าสุด แม้ว่าจะมีการยื่นข้อเสนอให้กับทีมปีศาจแดงพิจารณาแล้วก็ตาม รายงานข่าวยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่าดาวเตะวัย 29 ปี เดิมทีต้องการที่จะอยู่ใน ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไปแต่เนื่องจากโอกาสลงเล่นที่น้อยลงไปมากและการเจรจาสัญญาใหม่ที่ไม่มีความคืบหน้าก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เจ้าตัวจะได้ย้ายออกจากทีมสูงมากในเวลานี้

โดย เอร์เรร่า ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 112 นัดและยิงไปได้ 10 ประตู ในช่วง 4 ฤดูกาล ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากดาวเตะสเปนแล้ว บาร์เซโลน่า ยังคงต้องการตัว ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสเพื่อนร่วมทีมของ เอร์เรร่า อย่างมากด้วยเช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 อาจจะได้ไปร่วมงานกันที่สโมสรใหม่ในอนาคตนี้ด้วยก็ได้

ลุค ชอว์ กลับชาติมาเกิดใหม่

เจ๊ชอว์ กลับชาติมาเกิดใหม่

หากบอกว่าคนเราโชคชะตามักเล่นตลกเสมอ มันคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงเท่าไหร่นัก หรือถ้าเป็นความเชื่อคนไทยก็อาจมีปีชง ปีไม่ชง ดวงดีไม่ดีอะไรก็ว่ากันไป ชีวิตนักฟุตบอลเองบ่อยครั้งที่นอกจากความสามารถแล้วยังต้องมีเรื่องของดวงหรือโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน แบบที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายชาวอังกฤษของทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้เหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง หลังเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่มีข่าวว่าเตรียมเดินออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้เลย

ความจริงต้องย้อนไปตั้งแต่เมื่อซีซั่นที่แล้ว ตอนเจ้าตัวขาหักแล้วต้องพักไปแบบยาว ๆ พอกลับมาอีกครั้งก็ยังฟิตได้ไม่เต็มร้อย สัมปทานแบ็กซ้ายของทัพปีศาจจึงตกเป็นของ แอชลีย์ ยัง ที่ทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติอังกฤษไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 บวกกับความที่อาจเรียกว่าสำออยหรือเปล่าไม่แน่ใจ จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการหัวเสียกับการเล่นแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ถึงขนาดเคยออกมาวิจารณ์เขาแบบเละเทะจนทำให้เชื่อกันว่าแบ็กซ้ายดาวรุ่งรายนี้น่าจะหมดอนาคตกับทีมค่อนข้างแน่

โชเซ่ มูรินโญ่ และ ชอว์

แถม มูรินโญ่ เองแทบไม่เคยส่งเขาลงสนามเลยด้วยซ้ำแม้ว่าจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาแบบเต็มตัวยิ่งช่วงมีกระแสข่าวรายวันว่าใครคือดาวเตะที่ต้องโบกมือลาทีมไป ชื่อของ ลุค ชอว์ มักจะโดดขึ้นมาเป็นลำดับต้น ๆ เสมอ ทำให้เชื่อว่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาคงได้ไปจริง ๆ แม้ช่วงปรีซีซั่นจะได้ลงสนามบ่อยครั้งเนื่องจากนักเตะในทีมหลายคนไปเล่นฟุตบอลโลกกันหมด ทว่าด้วยความที่ตัวนักเตะเองก็พยายามอย่างต่อเนื่อง บวกกับช่วงที่เริ่มต้นซีซั่นใหม่ ๆ แอชลีย์ ยัง เพิ่งกลับมาจากรัสเซียเลยยังไม่ฟิตเต็มร้อย หน้าที่นี้จึงต้องตกเป็นของ ชอว์ และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีจนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคมของสโมสรไปครอง แถมยังซัดประตูแรกในการเล่นอาชีพให้กับตนเองได้อีกด้วย จากฟอร์มการเล่นสุดเร้าใจแบบนี้เติมเกมรุกดุดัน เล่นเกมรับก็ไว้ใจได้เลยกลายเป็นว่าเหมือนโลกของเขาได้กลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากมืดมนมานานหลายเดือน อีกทั้งคนที่ต้องปวดหัวกับเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น แอชลีย์ ยัง เพราะต้องมานั่งเป็นตัวสำรองไปเสียอย่างนั้น หากมองในแง่ดี นี่คือตัวเลือกของ มูรินโญ่ ในการจัดทัพลงสนามชั้นดี มีนักเตะเล่นแบ็กซ้ายได้ 2 คน เลือกใครก็ได้เหมือนกัน เป็นช่วงเวลาที่ ชอว์ จะกลับมาทวงตำแหน่งคืนเสียที

ทีเด็ดฟุตบอล โชนัน เบลมาเร่ ฟาดแข้ง คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

โชนัน เบลมาเร่ vs คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

วันนี้มาที่ลีกสูงสุดแดนอาทิตย์อุทัย โชนัน เบลมาเร่ เปิดสนามเจอกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่ผลงานดีอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ เช็คสถิติของทั้งคู่ก่อนเลย เจ้าบ้านที่กำลังเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในมาตรฐานของทีมตัวเอง 5 นัดหลัง ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ส่วนทีมเยือนไม่มีทีมไหนลีกที่ฟอร์มจะดีเท่าพวกเขาแล้ว ไม่แพ้ใครมา 6 นัดติด ถล่มประตูคู่แข่งไป 12 ประตู รวมถึงการออกไปเล่นนอกบ้านก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมคว้า 3 แต้มกลับมาบ้านได้ตลอด 3 นัดหลังที่ผ่านมา

เกมนี้มองไปที่เจ้าถิ่น ที่ผลงานตอนนี้กำลังเริ่มกลับมา โดยนัดล่าสุดสามารถเก็บชัยชนะจากทีมอันดับ 6 อย่าง วิสเซล โกเบ มาได้อย่างขาดลอย 3 ประตู การพบกันของทั้งคู่ โชนัน เบลมาเร่ แสดงให้เห็นเลยว่าพวกเขาไม่ได้ด้อยกว่า ฟรอนตาเล่ เลย การได้เล่นในถิ่นของตัวเองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ชนะ 4 เสมอ 2 ส่วนผู้มาเยือนการเจอกับ โชนัน เหมือนจะเป็นของแสลง นัดล่าสุดที่พบกันในบ้านของพวกเขาเองทำได้แค่เสมอเท่านั้น ราคาบอลเปิดมา เจ้าถิ่นรองครึ่งลูก ดูจากรูปเกมที่พบกันมาตลอดและฟอร์มของโชนันในช่วงนี้ น่าจะเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ได้

ผลบอลวันนี้ : โชนัน เบลมาเร่ 1-0 คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

ไปไหนไปด้วย! จอร์จินโญ่ ย้ายซบ สิงห์ ตามเจ้านาย

จอร์จินโญ่ ย้ายซบ สิงห์

เชลซี เปิดตัว จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติอิตาลีมาจาก นาโปลี มาร่สมทีเรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 57 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นการตามรอบเจ้านาย เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่เข้ามารับงานในถ้ำสิงห์เช่นกันเรียกได้เป็นการคว้าตัวมาร่วมทีมแบบไม่ไว้หน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตามจีบมาตลอด 2 เดือนและทำท่าจะคว้าตัวมาได้แล้วด้วยจากการบรรลุข้อตกลงส่วนตัวแต่ทว่าการเข้ามาของ เชลซี ด้วยเงินที่มากกว่าทำให้สมหวังกับแข้งวัย 26 รายนี้ กองกลางคนใหม่เซ็นสัญญายาว 5 ปีและเลือกที่จะสวมเสื้อหมายเลข 5 กับทีมใหม่ในอังกฤษ จอร์จินโญ่ ก็ได้เปิดใจถึงตัดสินใจการย้ายทีมครั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์สโมสร

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี้กับ เชลซี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยในการมาอยู่กับทีมใหญ่ๆอย่างนี้มันเลยทำให้ผมดีใจแบบสุดๆจริง อีกทั้งการที่อยู่ในลีกที่การแข่งขันสูงแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นมากๆเลยละ” นอกจากสัญญา 5 ปีแล้วภายในค่าตัว 57 ล้านปอนด์นั้นป็นค่าตัวเพียวๆ 50 ล้านปอนด์ส่วนอีก 7 ล้านปอนด์จะเป็นโบนัสต่างๆ ซึ่งสาเหตุใหญ่ที่ จอจอร์โญ่ เลือกตามนายเก่ามาเล่นที่ เชลซี ก็เพราะว่าการได้รับการการันตีเป็นตัวจริงนั่นเอง


- PAGE 1 OF 5 -

Next Page  

loading
×