ซุ้มปืนยุคใหม่ของ “เอเมรี่” พร้อมท้าชิงแชมป์แล้วหรือยัง ?

ปืนยุคใหม่ ภายใต้การคุมบังเหียนจาก เอเมรี่

อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มหรูด้วยการใส่เกียร์เดินหน้าพลิกกลับมาแซงนำ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ 3-1 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึกมันเดย์ไนท์และยังเป็นการเก็บชัยชนะรวด 10 นัดจากทุกรายการ แม้จากสถิติจะบ่งชี้ว่าผลลัพธ์ที่น่าประทับใจของพวกเขาจะมีเรื่องของดวงเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่ด้วยฟอร์มของพวกเขาในขณะนี้จะมีคู่ต่อสู้ซักกี่รายที่จะกล้าท้าชนทีมของ อูไน เอเมรี่ ได้อย่างไม่เกรงกลัว ? ชัยชนะ 10 นัดติดต่อกันสามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี ทีมปืนใหญ่ ที่หลายๆคนคุ้นเคยเริ่มกลับมาปรากฏกายให้เห็นเด่นชัด และใครๆก็คงเข้าใจได้ถึงความกระดี๊กระด๊าอย่างออกนอกหน้าของเหล่าสาวก เดอะ กันเนอร์ส ในช่วงนี้ อดีตทีมระดับหัวแถวของ พรีเมียร์ลีก ที่ทำตัวเป็นยักษ์หลับมานานหลายปีเริ่มส่งสัญญาณการขยับตัวที่ใครๆก็สามารถสัมผัสได้ จากผลงานการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดของพวกเขาในรอบครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวกภายใต้การทำงานของ เอเมรี่ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปในแบบไร้ที่ติซะเลยทีเดียว อาร์เซน่อล ยังเกือบจะเอาตัวไม่รอดในการเผชิญหน้ากับแนวรุกของ เลสเตอร์ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังโชคดีที่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แต่สิ่งสวยงามที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นในช่วง 45 นาทีหลังจากความยอดเยี่ยมของ เมซุต โอซิล และผองเพื่อนที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมของเกมในครึ่งหลังไปอย่างสิ้นเชิง หากพูดถึงการลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้ หลายๆคนก็คงมองไปที่ ลิเวอร์พูล ที่มีดีพอจะขึ้นไปต่อกรกับ แมนฯ ซิตี้ หรือแม้แต่ เชลซี ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและยังรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และล่าสุดเราก็ไม่อาจมองข้าม อาร์เซน่อล ไปได้จากการที่พวกเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่เหมาะสมจากการเก็บแต้มได้เทียบเท่ากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมคู่ปรับร่วมเมืองหากแต่มีประตูได้เสียที่ดีกว่า

แต่ อาร์เซน่อล ควรคู่กับการเป็นทีมลุ้นแชมป์จริงหรือ? หากดูฟอร์มนัดล่าสุดของพวกเขาในช่วงครึ่งชม.หลังก็คงไม่มีใครโต้แย้ง แต่หากมองย้อนไปถึงฟอร์มในช่วงครึ่งชม.แรกความรู้สึกเมื่อซักครู่ก็อาจจะเปลี่ยนไป เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ มีโอกาสสับไกภายในระยะเวลา 2 นาที, ร็อบ โฮลดิ้ง รอดพ้นการทำให้ทีมเสียจุดโทษจนแฟนบอลทีมเยือนต่างหัวร้อนกันเป็นแถว และจังหวะโหม่งเน้นๆของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ถูกปฏิเสธจากการเซฟอันยอดเยี่ยมของ แบร์นด์ เลโน่ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่ เอคตอร์ เบเยริน จะสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง เมื่อนำสถิติแนวรับของทีมปืนใหญ่ไปเปรียบเทียบกับ 3 ทีมที่อยู่เหนือพวกเขาในตารางคะแนนด้วยตัวเลขที่บ่งชี้ว่าแต่ละทีมต้องเผชิญหน้ากับจังหวะเข้าทำของคู่แข่งแบบจะแจ้งเท่าไร ผลสรุปที่ออกมาคือ แมนฯ ซิตี้ 5 ครั้ง, ลิเวอร์พูล 8 ครั้ง และ เชลซี 18 ครั้ง ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงอันดับของทีมจ่าฝูงเรียงตามลำดับจากความสามารถในการป้องกันหน้าปากประตูของพวกเขา โดยที่ อาร์เซน่อล ก็อยู่ที่ 18 ครั้งเท่ากับ เชลซี แต่มีตัวเลขของโอกาสถูกส่องจากคู่แข่งโดยรวมที่มากกว่า

ในทางตรงกันข้ามจากโอกาสยิงประตูแบบจะแจ้ง แม้ วัตฟอร์ด จะเป็นทีมที่เคยมีโอกาสเหน่งๆมากถึง 6 ครั้งต่อเกม โดยมีเพียง แมนฯ ซิตี้ เท่านั้นที่เคยสร้างโอกาสเน้นๆได้มากกว่าพวกเขาในหนึ่งเกม แต่ทีมของ ฆาบี้ การ์เซีย ก็ยังคงอยู่ในอันดับที่ 7 เพราะแม้จะมีโอกาสจะแจ้งมากมายแต่ปัญหาของพวกเขาก็คือการเอาบอลผ่านมือผู้รักษาประตูคู่แข่ง ซึ่งนี่กลายเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ ทีมปืนใหญ่ เพราะหากนำเอาตัวเลขจังหวะยิงประตูแบบจะแจ้งของพวกเขาที่ 17 ครั้งซึ่งรั้งอยู่ในอันดับ 10 จากทุกๆทีม และน้อยกว่ากลุ่ม 3 ทีมนำอย่าง แมนฯ ซิตี้ (36), ลิเวอร์พูล (20) และ เชลซี (26) แต่กุญแจความสำเร็จของพวกเขาก็คือความเฉียบคมจากโอกาสสับไกที่มีไม่มากนัก

และหากตัดตัวเลขของจังหวะบล็อกและประตูจากจุดโทษออกไป อาร์เซน่อล มีอัตราการแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูจากโอกาสทั้งหมดที่สูงถึง 23.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดจากบรรดาทีมทั้งหมดใน พรีเมียร์ลีก ขณะนี้ “และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม อาร์เซน่อล ถึงคว้าชัยชนะได้ในแต่ละเกม พวกเขาจะสามารถทำแบบนี้ได้ไปจนจบฤดูกาลหรือไม่? ตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะมันเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ” เจมี่ คาร์ราเกอร์ นักวิเคราะห์ของ สกาย สปอร์ตส์ ได้ให้ความเห็นเอาไว้ ประสิทธิภาพการยิงประตูของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ก็ดีดตัวขึ้นสูงปรี๊ดกว่า 40% นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาค้าแข้งอยู่ใน ลอนดอน และเขายังทำได้ทั้ง 2 ประตูจากโอกาสที่มีในเกมกับ เลสเตอร์ อีกด้วย ในขณะที่อัตราความเฉียบคมของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันซักเท่าไร “สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ในขณะนี้มันค่อนข้างเกินจริงไปซักหน่อย และมันก็คงจะค่อยๆลดลงในไม่ช้าและเริ่มส่งผลกระทบต่อผลงานของพวกเขา เพราะโดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถจบสกอร์ได้ในเรทเท่านี้” คาร์ราเกอร์ ตอกย้ำทิ้งท้าย

คำวิจารณ์ของอดีตแข้งหงส์แดงมาจากพื้นฐานของสถิติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะไม่มีทีมอื่นใดที่สามารถสร้างอัตราการจบสกอร์ได้สูงกว่า 20% ในซีซั่นนี้ และก็ไม่มีทีมใดที่แปรเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้สูงถึง 20% ในฤดูกาลก่อนเช่นกัน และมันก็คงเป็นไปได้ยากที่ อาร์เซน่อล จะรักษาสถิตินี้ไว้ได้จบจบฤดูกาล แต่วิวัฒนาการภายในทีมของ เอเมรี่ เป็นสิ่งที่แฟนๆน่าจะให้ความสนใจมากกว่า พวกเขาเป็นทีมที่ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังสูญเสีย อเล็กซิส ซานเชซ รวมถึงผู้หลักตัวหลักคนอื่นๆออกไป หากแต่สถานการณ์ปัจจุบันของ อาร์เซน่อล กลับดูดีกว่าในช่วงที่ผ่านๆมา ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับ เอเมรี่ แบบเต็มๆหลังจากที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพภายในทีมและช่วยชี้นำให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ยุคใหม่

“ยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ เมื่อคุณลองนึกถึงผจก.ทีมคนหนึ่งที่อยู่ที่นั่นยาวนานถึง 22 ปีและมีวัฒนธรรมที่ฝังลึกอยู่ในนั้น มันจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆและทำให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างตามที่ อูไน เอเมรี่ ต้องการ แม้มันจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็จะเป็นสิ่งที่มั่นคง และหากคุณสามารถเก็บชัยชนะไปได้ด้วยระหว่างทางก็จะเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่า” อลัน สมิธ อดีตตำนานทีมปืนใหญ่ ได้กล่าวไว้กับทาง สกาย สปอร์ตส์

ในขณะที่ เอเมรี่ ก็พูดถึงสถานการณ์ของตนเองไว้หลังเกมบุกไปถล่ม ฟูแล่ม 5-1 ในช่วงก่อนเบรคทีมชาติไว้ว่า “เมื่อตอนที่เราพ่ายแพ้ให้กับ แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี ใน 2 แมตช์แรก พวกเรายังคงสงบนิ่ง และเมื่อเรากลับเข้าสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในตอนนี้ ผมคิดว่าเราต้องเตรียมสภาพจิตใจให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน เราค่อยๆไต่อันดับขึ้นไปบนตารางทีละเล็กละน้อยจนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าที่เราคาดเอาไว้ เราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปและเราก็สามารถทำมันได้”

จากการคว้าชัยชนะ 10 เกมรวดที่กลายเป็นสถิติอันน่าประทับใจที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ในขณะที่ผลงานของพวกเขายังคงห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์แบบก็อาจเป็นเรื่องที่ดีเมื่อมองจากภาพรวมที่ดูมีความหวังขึ้นในทุกๆด้าน และก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่บรรดาแฟนๆจะเริ่มตั้งความหวังขึ้นมาเนื่องจากทีมของ เอเมรี่ มีแต้มตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น บางทีหาก อาร์เซน่อล สามารถเก็บ 3 คะแนนจาก คริสตัล พาเลซ ได้ในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ พวกเขาก็จะสามารถขยับขึ้นไปอยู่เหนือ แมนฯ ซิตี้ ได้ชั่วคราวและทำให้กองเชียร์ของพวกเขาได้มีความสุขกันอย่างเต็มที่อีกครั้ง

เอสเซียง บอก โลโปเตกี โดนไล่ออกได้ทุกเมื่อ

เอสเซียง บอก โลโปเตกี โดนไล่ออกได้ทุกเมื่อ

มิคาเอล เอสเซียง กล่าวว่า ยูเลน โลโปเตกี อาจถูกไล่ออกจาก เรอัล มาดริด ได้ทุกเมื่อหากว่าผลการแข่งขันยังคงไม่ดีขึ้นในเร็วๆ นี้ โลโปเตกี คุมทีมราชันย์ชุดขาวทำสถิติที่เลวร้ายที่สุดของ มาดริด นับตั้งแต่ปี 1985 โดยทีม ลอส บลังกอส ไม่สามารถทำประตูได้มาแล้วนานถึง 4 นัดติดต่อกันในการแข่งขันทั้งหมดทุกรายการ

การพ่ายแพ้ ต่อ เซบีย่า และ อลาเบส ใน ลาลีกา และตามด้วยการบุกไปพ่ายแพ้ให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เพิ่มแรงกดดันให้กับอดีตผู้จัดการทีมชาติสเปนรายนี้เป็นอย่างมากว่าอาจจะถูกไล่ออกติดๆกันหลังจากเพิ่งถูกไล่ออกจากการคุมทีมชาติสเปนในช่วงก่อนศึกฟุบอลโลก 2018 อย่างไรก็ตาม เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม เรอัล มาดริด กล่าวว่าจะเป็นการ “บ้า” หากว่ามีการยกลิกสัญญากับ โลโปเตกี ในขณะที่ นาโช่ เฟอร์นันเดซ เพื่อนร่วมทีมระบุว่านักเตะในทีมยังคงหนุนหลังกุนซือรายนี้อย่างเต็มที่

ทางด้าน มิคาเอล เอสเซียง ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่น มาดริด ที่ถูกยืมตัวมาในช่วงฤดูกาล 2012-13 เชื่อว่า โลโปเตกีอาจจะถูกยกเลิกสัญญาได้หากฟอร์มการเล่นยังไม่กระเตื้องขึ้นอย่างรวดเร็ว “เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้น คุณจึงสามารถจินตนาการถึงความกดดันได้ เราทุกคนหวังว่าเขาจะทำได้ดี มันเป็นสโมสรใหญ่และถ้าคุณจะไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีคุณก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคืออะไร” เอสเซียง ให้สัมภาษณ์กับ Omnisport

มูนิเยร์ ยกย่อง เนย์ม่าร์ สุดยิ่งใหญ่

มูนิเยร์ ยกย่อง เนย์มาร์ สุดยิ่งใหญ่

โธมัส มูนิเยร์ แบ็คขวาทีมชาติเบลเยียม ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ออกมายกย่องฟอร์มการเล่นของเนย์ม่าร์ ว่าเป็น “เดอะ เกรท เนย์ม่าร์” หลังจากที่กองหน้าทีมชาติบราซิลนำทีมยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศส เอาชนะ เร้ดสตาร์ เบลเกรด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยในนัดนี้ เนย์ม่าร์ สามารถทำแฮตทริกช่วยให้เปแอสเช คว้าชัยชนะไปได้อย่างท่วมท้น 6-1 ในคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่ง มูนิเยร์ ได้แสดงความประทับใจอย่างมากสำหรับนักเตะวัย 26 ปี รายนี้ซึ่งตอนนี้ยิงไปแล้วถึง 10 ประตูในฤดูกาลนี้

“เขายอดเยี่ยมมาก มันคือสิ่งที่เรียกว่า เกรท เนย์ม่าร์ ซึ่งเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วตั้งแต่ในอดีต เขาพร้อมที่จะทำประตูได้ 2 -3 ประตูในการแข่งขัน เราทุกคนรู้จักคุณสมบัติของเขา เราภูมิใจที่มีนักเตะอย่างเขาอยู่ในทีมของเรา และเขาสามารถภาคภูมิใจกับผู้คนที่มีอยู่รอบตัวเขาได้เช่นกัน” กองหลังจอมบุก บอกกับผู้สื่อข่าว โดยอีก 3 ประตู เป็นของ เอดิสัน คาวานี่,อังเคล ดิ มาเรีย และ คีเลี่ยน เอ็มปัปเป้ ทำให้ตอนนี้ทีมอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่ม C ด้วยการมี 3 คะแนน

ส่วนทางด้าน เนย์ม่าร์ คาดว่าน่าจะมีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นเป้าหมายของทีมราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังจากที่ในเวลานี้ทีมยักษ์ใหญ่จากสเปน กำลังประสบปัญหาในเกมรุกอย่างหนัก หลังจากที่การปล่อยตัว คริสเตียโน โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสออกจากทีมเริ่มแสดงผลออกมา โดยเวลานี้ เรอัล มาดริด ไม่ชนะใครติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายนัดแล้ว รวมทั้งนัดล่าสุดที่บุกไปแพ้ สปาตัก มอสโก 1-0 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดล่าสุดด้วย

เอร์เรร่า อาจซบ บาร์ซ่า หลังหมดสัญญากับผีแดง

เอร์เรร่า อาจซบ บาร์ซ่า หลังหมดสัญญากับผี

อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกรายงานว่าเป็น 1 ในนักเตะเป้าหมายของทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ที่อยากจะได้ตัวมาร่วมทีมในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ปีหน้า สัญญาฉบับปัจจุบันของดาวเตะชาวสเปนที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กำลังจะหมดอายุลงภายหลังหมดฤดูกาลนี้ทำให้หลายทีมกำลังจับตามองสถานการณ์ของผู้เล่นรายนี้และเตรียมจะยื่นข้อเสนอให้กองกลางทีมชาติสเปนรายนี้พิจารณาทันทีเมื่อถึงเวลา

ตามที่รายงานข่าวจาก หนังสือพิมพ์ เดอะซัน เอร์เรร่า ยังคงเป็นที่ต้องการของ บาร์เซโลน่า แม้ว่าทีมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาต้องพบกับความล้มเหลวในการเซ็นสัญญากับ เอร์เรร่า ในช่วงตลาดนักเตะเมื่อครั้งล่าสุด แม้ว่าจะมีการยื่นข้อเสนอให้กับทีมปีศาจแดงพิจารณาแล้วก็ตาม รายงานข่าวยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่าดาวเตะวัย 29 ปี เดิมทีต้องการที่จะอยู่ใน ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไปแต่เนื่องจากโอกาสลงเล่นที่น้อยลงไปมากและการเจรจาสัญญาใหม่ที่ไม่มีความคืบหน้าก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เจ้าตัวจะได้ย้ายออกจากทีมสูงมากในเวลานี้

โดย เอร์เรร่า ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 112 นัดและยิงไปได้ 10 ประตู ในช่วง 4 ฤดูกาล ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากดาวเตะสเปนแล้ว บาร์เซโลน่า ยังคงต้องการตัว ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสเพื่อนร่วมทีมของ เอร์เรร่า อย่างมากด้วยเช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 อาจจะได้ไปร่วมงานกันที่สโมสรใหม่ในอนาคตนี้ด้วยก็ได้

ลุค ชอว์ กลับชาติมาเกิดใหม่

เจ๊ชอว์ กลับชาติมาเกิดใหม่

หากบอกว่าคนเราโชคชะตามักเล่นตลกเสมอ มันคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงเท่าไหร่นัก หรือถ้าเป็นความเชื่อคนไทยก็อาจมีปีชง ปีไม่ชง ดวงดีไม่ดีอะไรก็ว่ากันไป ชีวิตนักฟุตบอลเองบ่อยครั้งที่นอกจากความสามารถแล้วยังต้องมีเรื่องของดวงหรือโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน แบบที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายชาวอังกฤษของทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้เหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง หลังเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่มีข่าวว่าเตรียมเดินออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้เลย

ความจริงต้องย้อนไปตั้งแต่เมื่อซีซั่นที่แล้ว ตอนเจ้าตัวขาหักแล้วต้องพักไปแบบยาว ๆ พอกลับมาอีกครั้งก็ยังฟิตได้ไม่เต็มร้อย สัมปทานแบ็กซ้ายของทัพปีศาจจึงตกเป็นของ แอชลีย์ ยัง ที่ทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติอังกฤษไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 บวกกับความที่อาจเรียกว่าสำออยหรือเปล่าไม่แน่ใจ จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการหัวเสียกับการเล่นแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ถึงขนาดเคยออกมาวิจารณ์เขาแบบเละเทะจนทำให้เชื่อกันว่าแบ็กซ้ายดาวรุ่งรายนี้น่าจะหมดอนาคตกับทีมค่อนข้างแน่

โชเซ่ มูรินโญ่ และ ชอว์

แถม มูรินโญ่ เองแทบไม่เคยส่งเขาลงสนามเลยด้วยซ้ำแม้ว่าจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาแบบเต็มตัวยิ่งช่วงมีกระแสข่าวรายวันว่าใครคือดาวเตะที่ต้องโบกมือลาทีมไป ชื่อของ ลุค ชอว์ มักจะโดดขึ้นมาเป็นลำดับต้น ๆ เสมอ ทำให้เชื่อว่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาคงได้ไปจริง ๆ แม้ช่วงปรีซีซั่นจะได้ลงสนามบ่อยครั้งเนื่องจากนักเตะในทีมหลายคนไปเล่นฟุตบอลโลกกันหมด ทว่าด้วยความที่ตัวนักเตะเองก็พยายามอย่างต่อเนื่อง บวกกับช่วงที่เริ่มต้นซีซั่นใหม่ ๆ แอชลีย์ ยัง เพิ่งกลับมาจากรัสเซียเลยยังไม่ฟิตเต็มร้อย หน้าที่นี้จึงต้องตกเป็นของ ชอว์ และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีจนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคมของสโมสรไปครอง แถมยังซัดประตูแรกในการเล่นอาชีพให้กับตนเองได้อีกด้วย จากฟอร์มการเล่นสุดเร้าใจแบบนี้เติมเกมรุกดุดัน เล่นเกมรับก็ไว้ใจได้เลยกลายเป็นว่าเหมือนโลกของเขาได้กลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากมืดมนมานานหลายเดือน อีกทั้งคนที่ต้องปวดหัวกับเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น แอชลีย์ ยัง เพราะต้องมานั่งเป็นตัวสำรองไปเสียอย่างนั้น หากมองในแง่ดี นี่คือตัวเลือกของ มูรินโญ่ ในการจัดทัพลงสนามชั้นดี มีนักเตะเล่นแบ็กซ้ายได้ 2 คน เลือกใครก็ได้เหมือนกัน เป็นช่วงเวลาที่ ชอว์ จะกลับมาทวงตำแหน่งคืนเสียที

ทีเด็ดฟุตบอล โชนัน เบลมาเร่ ฟาดแข้ง คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

โชนัน เบลมาเร่ vs คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

วันนี้มาที่ลีกสูงสุดแดนอาทิตย์อุทัย โชนัน เบลมาเร่ เปิดสนามเจอกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่ผลงานดีอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ เช็คสถิติของทั้งคู่ก่อนเลย เจ้าบ้านที่กำลังเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในมาตรฐานของทีมตัวเอง 5 นัดหลัง ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ส่วนทีมเยือนไม่มีทีมไหนลีกที่ฟอร์มจะดีเท่าพวกเขาแล้ว ไม่แพ้ใครมา 6 นัดติด ถล่มประตูคู่แข่งไป 12 ประตู รวมถึงการออกไปเล่นนอกบ้านก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมคว้า 3 แต้มกลับมาบ้านได้ตลอด 3 นัดหลังที่ผ่านมา

เกมนี้มองไปที่เจ้าถิ่น ที่ผลงานตอนนี้กำลังเริ่มกลับมา โดยนัดล่าสุดสามารถเก็บชัยชนะจากทีมอันดับ 6 อย่าง วิสเซล โกเบ มาได้อย่างขาดลอย 3 ประตู การพบกันของทั้งคู่ โชนัน เบลมาเร่ แสดงให้เห็นเลยว่าพวกเขาไม่ได้ด้อยกว่า ฟรอนตาเล่ เลย การได้เล่นในถิ่นของตัวเองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ชนะ 4 เสมอ 2 ส่วนผู้มาเยือนการเจอกับ โชนัน เหมือนจะเป็นของแสลง นัดล่าสุดที่พบกันในบ้านของพวกเขาเองทำได้แค่เสมอเท่านั้น ราคาบอลเปิดมา เจ้าถิ่นรองครึ่งลูก ดูจากรูปเกมที่พบกันมาตลอดและฟอร์มของโชนันในช่วงนี้ น่าจะเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ได้

ผลบอลวันนี้ : โชนัน เบลมาเร่ 1-0 คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

ไปไหนไปด้วย! จอร์จินโญ่ ย้ายซบ สิงห์ ตามเจ้านาย

จอร์จินโญ่ ย้ายซบ สิงห์

เชลซี เปิดตัว จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติอิตาลีมาจาก นาโปลี มาร่สมทีเรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 57 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นการตามรอบเจ้านาย เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่เข้ามารับงานในถ้ำสิงห์เช่นกันเรียกได้เป็นการคว้าตัวมาร่วมทีมแบบไม่ไว้หน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตามจีบมาตลอด 2 เดือนและทำท่าจะคว้าตัวมาได้แล้วด้วยจากการบรรลุข้อตกลงส่วนตัวแต่ทว่าการเข้ามาของ เชลซี ด้วยเงินที่มากกว่าทำให้สมหวังกับแข้งวัย 26 รายนี้ กองกลางคนใหม่เซ็นสัญญายาว 5 ปีและเลือกที่จะสวมเสื้อหมายเลข 5 กับทีมใหม่ในอังกฤษ จอร์จินโญ่ ก็ได้เปิดใจถึงตัดสินใจการย้ายทีมครั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์สโมสร

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี้กับ เชลซี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยในการมาอยู่กับทีมใหญ่ๆอย่างนี้มันเลยทำให้ผมดีใจแบบสุดๆจริง อีกทั้งการที่อยู่ในลีกที่การแข่งขันสูงแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นมากๆเลยละ” นอกจากสัญญา 5 ปีแล้วภายในค่าตัว 57 ล้านปอนด์นั้นป็นค่าตัวเพียวๆ 50 ล้านปอนด์ส่วนอีก 7 ล้านปอนด์จะเป็นโบนัสต่างๆ ซึ่งสาเหตุใหญ่ที่ จอจอร์โญ่ เลือกตามนายเก่ามาเล่นที่ เชลซี ก็เพราะว่าการได้รับการการันตีเป็นตัวจริงนั่นเอง

เคน ลั่น สิงโต เก่งขึ้นอีกหลังชนะ โคลอมเบีย

เคนบอกสิงโตเก่งขึ้นอีก

แฮร์รี่ เคน ดาวยิงจาก “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ได้ออกมาพูดหลังจบเกมที่อังกฤษ เอาชนะจุดโทษ โคลอมเบีย ไปได้ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเจ้าตัวระบุว่า หลังเกมที่เอาชนะโคลอมเบียนี้ทำให้อังกฤษเติบโตขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในเวลาปกติเสมอกันไป 1-1 ซึ่งเคนเป็นคนทำประตูขึ้นนำให้กับอังกฤษจากการยิงจุดโทษช่วงครึ่งหลังก่อนโดนตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้ต้องเล่นถึงการต่อเวลาและดวลจุดโทษตัดสิน

ชัยชนะจากการดวลจุดโทษในครั้งนี้ถือเป็นการชนะครั้งแรกของอังกฤษในการแข่งขันฟุตบอลโลกเลยด้วยนั่นทำให้ยอดดาวยิงชาวอังกฤษที่ตอนนี้ขึ้นเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ ของทัวร์นาเมนต์มั่นใจว่าทีมของเขาจะโตขึ้นกว่านี้ได้อีก

“เราพูดกันเยอะเกี่ยวกับการเป็นทีมเลือดใหม่ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ แต่เราเองเติบโตขึ้นมากในเกมคืนนี้ มันเป็นอารมณ์ที่ผสมผสานกันระหว่างดีกับแย่ แม้มาในช่วงยิงลูกจุดโทษทุกคนยังทำหน้าที่ได้อย่างอัศจรรย์ การยิงจุดโทษเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิด เห็นได้ชัดว่าในอดีตอังกฤษทำได้ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งที่ทำให้เรามีความเชื่อมั่นกันต่อไป” เคน กล่าว

ผี ดึง แกรนท์ เสริมหลังบ้านทางการ

ลี แกรนท์

หลังมีข่าวออกมาเป็นระยะว่าทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการกระชากตัวลี แกรนท์ นายทวารรุ่นเดอะจาก สโต๊ค ซิตี้ มาร่วมทีม ล่าสุดมีรายงานว่าตอนนี้แกรนท์ได้เข้ารับการตรวจร่างกายกับทางสโมสรแล้วและหากไม่มีปัญหาอะไรคาดว่าจะเซ็นสัญญาร่วมทัพ ปีศาจแดง เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งเชื่อว่าการนำเอานายทวารวัย 35 ปีผู้นี้เข้ามาร่วมทีมเพื่อให้เป็นมือ 3 ต่อจาก ดาบิด เด เคอา และ เซร์คิโอ โรเมโร่

ลี แกรนท์ นายประตูวัย 35 ปี ได้กล่าวผ่านเว็บสโมสรหลังมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการว่า “การย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นความฝันของผมที่ผมต้องจดจำไปอีกนาน นี่คือโอกาสและผมกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสร ผมมีความสุขกับทุกโมเมนต์ในอาชีพค้าแข้งของผม ตอนนี้ผมพร้อมเรียนรู้และปรับปรุงเพื่อให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของเกม แต่ในเวลาเดียวกัน ผมจะใช้ประสบการณ์ของผมช่วยทีมเท่าที่จะเป็นไปได้”

แกรนท์ ย้ายจาก ดาร์บี้ เคาน์ตี้ มาอยู่กับสโต๊ค ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคม 2017 พร้อมมีส่วนร่วมในซีซั่นนั้นถึง 30 เกม แต่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวมีโอกาสได้ลงสนามแค่ 3 เกมบนเวทีพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

เบลเยี่ยม กับ ม้ามืด เป็นครั้งสุดท้าย

ทีมชาติเบลเยี่ยม

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาทีมชาติเบลเยี่ยมน่าจะเรียกว่าเป็นยุค Golden Generation ก็ว่าได้ เพราะมีนักเตะชั้นดีอยู่ในทีมมากมายไปหมด จนทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ ทั้งฟุตบอลยูโร หรือ ฟุตบอลโลก เบลเยี่ยมแม้จะไม่ใช่เต็ง 1 หรือ 2 แต่ก็เป็นทีมที่ผู้สันทัดกรณีด้านฟุตบอลยกให้เป็นม้ามืดหรือทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ได้ในบั้นปลาย แต่น่าเสียดายที่เบลเยี่ยมไปไม่ถึงฝัน เวลานี้เบลเยี่ยมมีผู้เล่นฝีเท้าดีมากมาย จากแดนหลังไปจนถึงผู้เล่นในแนวรุก ผู้รักษาประตู ธีโบต์ กูร์ตัวส์ คือ 1 ในผู้รักษาประตูอันดับต้นๆของโลกโดยไม่มีข้อสงสัย

กองหลัง โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ โทมัส เฟอร์มาเลิน แยน แฟร์ตองเก้น โธมัส มูนิเยร์ ที่แข็งแกร่งและไม่น่าจะเป็นรองทีมไหนเลยในเวลานี้
กองกลาง เควิน เดอ บรอยน์ รัดยา เนียงโกลัน ยานนิค การ์ราสโก้ มูซา แดมเบเล่
กองหน้า นำทัพโดยกัปตันทีม เอแดน อาซาร์ และ โรเมลู ลูกากู

ทั้งหมดนี่น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่จะถูกใช้เป็นผู้เล่นตัวจริงอย่างแน่นอนหากว่าไม่มีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวน หากจะบอกว่าด้วยระดับของนักเตะแล้วเผลอๆอาจจะเป็นรองเพียงแค่ทีมใหญ่อย่าง สเปน เยอรมัน หรือบราซิลเท่านั้น แต่ปัญหาของเบลเยี่ยมที่ค่อนข้างชัดเจน คือ ในตำแหน่งกองหน้า แม้อาซาร์จะเป็นตัวเลือกแรก แต่ก็จะประจำการอยู่ริมเส้นฝั่งซ้ายเหมือนกับที่เล่นให้กับเชลซี และใช้หน้าเป้าเป็น โรเมลู ลูกากู แต่หากแผนนี้ไม่เวิร์ค อาซาร์ก็มักจะต้องมารับหน้าที่แทนอยุ่เป็นประจำ นั่นเป็นเพราะว่านอกจากลูกากูแล้ว ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของเบลเยี่ยมในเวลานี้ไม่มีใครพึ่งพาได้เลยแม้แต่คนเดียว ทั้ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่แทบจะยิงประตูไม่ได้เลยกับคริสตัล พาเลซ ดิว็อค โอริกี้ ก็ฟอร์มตกอย่างหนักกับโวล์ฟบวร์กจนต้องส่งกลับต้นสังกัดจริงอย่างลิเวอร์พูลไปแล้ว ในขณะที่ มิชี่ บาตรชูอายี่ ที่โชว์ฟอร์มได้กับดอร์ทมุนด์ก็มาบาดเจ็บหนักจนน่าจะพลาดฟุตบอลโลกแล้ว

ในขณะที่ตำแหน่งอื่นๆก็เช่นกันที่ตัวสำรองดูเหมือนว่าไม่น่าจะทดแทนผู้เล่นตัวจริงได้ ซึ่งหากว่ามีใครบาดเจ็บหรือติดโทษแบนขึ้นมาเบลเยี่ยมจะมีปัญหาทันที และฟุตบอลโลกที่รัสเซียคราวนี้น่าจะเป็นโอกาสที่น่าจะมากที่สุดในยุค Golden Generation นี้แล้ว หากว่าครั้งนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก กว่าที่เบลเยี่ยมจะสามารถมีผู้เล่นระดับโลกอยู่ในทีมเกิดขึ้นมาหลายคนพร้อมๆกันนั้นไม่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 10-20 ปีนี้แน่นอน


- PAGE 1 OF 4 -

Next Page  

loading
×