ARCHIVE

ลีกเอิง มีแผนกลับมาแข่งอีกครั้ง 17 มิถุนายน

ลีกเอิง มีแผนกลับมาแข่งอีกครั้ง 17 มิถุนายน

วงการฟุตบอลห่างหายไปนานตั้งแต่ช่วงประมาณกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก ทำให้เกมการแข่งขันหลายประเทศต้องถูกเลื่อนออกไป รวมถึง 5 ลีกใหญ่ของยุโรปที่มีผู้ติดตามมากมาย และส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน สำหรับการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง

แต่ฟุตบอลลีกอาชีพของประเทศฝรั่งเศส แสดงความตั้งใจออกมาอย่างชัดเจนในการดำเนินการแข่งขันต่อไปให้จบฤดูกาล 2019-20 ทั้งลีกเอิง และลีกเดอซ์ โดยได้รับการยืนยันว่า มีโอกาสที่จะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในวันที่ 17 มิถุนายน โดยจะมีการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายอีกทีนึง

ลีกเอิง และลีกเดอซ์ ถูกประกาศเลื่อนเกมการแข่งขันออกมาแบบไม่มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม หลังไวรัสระบาดไปทั่วโลก และรัฐบาลของประเทศฝรั่งเศส ได้ประกาศมาตรการล็อคดาวน์ เพื่อหวังควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส

หนังสือพิมพ์เลอกิ๊ป สื่อชื่อดังของเมืองน้ำหอม รายงานข่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝ่ายเจ้าหน้าที่การแข่งขันตั้งใจที่จะกลับมาแข่งขันให้จบฤดูกาลปัจจุบัน ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม โดยมีกำหนดการลงเล่น 1 เกม ทุกๆ 3 วัน และมีโอกาสเริ่มเล่นตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน

ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากซิลแว็ง คาสเตนเดช ประธานร่วมของสมาคมนักฟุตบอลแห่งชาติ หลังมองว่า นักฟุตบอลจะมีความเสี่ยงอย่างมากในการกลับมาติดเชื้อไวรัสดังกล่าว หลังสถานการณ์ยังไม่ได้ปลอดภัยในเวลานี้

แต่อย่างไรก็ตาม สมาคมฟุตบอลอาชีพของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “สมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ในการกลับมาเริ่มต้นการแข่งขันลีกเอิง และลีกเดอซ์ เพื่อแข่งขันให้จบฤดูกาล ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม และจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในวันที่ 22-23 สิงหาคม กับฤดูกาล 2020-21 ความเป็นไปได้ในการเริ่มต้นฤดูกาลปัจจุบัน จะเริ่มในวันที่ 17 มิถุนายน 2020”

“สมาคมฟุตบอลอาชีพของฝรั่งเศส กำลังรอดูสถานการณ์ของรัฐบาลประกาศลดมาตรการ และความเข้มงวดลงมา และมันน่าจะมีการประกาศในช่วงปลายเดือนเมษายน และโดยเฉพาะ กับการลงเล่นภายใต้เงื่อนไขแบบสนามปิด โดยไม่มีแฟนบอลเข้าชม”

“สมาคมฟุตบอลอาชีพของฝรั่งเศส ยังรอคำแนะนำของยูฟ่า เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยพวกเราจะได้รับคำแนะนำในวันที่ 23 เมษายน กับโปรแกรมของแชมเปี้ยนส์ลีก”

“สุดท้าย และไม่ท้ายที่สุด สมาคมฟุตบอลอาชีพของฝรั่งเศส ได้ร้องขอไปยังสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (เอฟเอ) เกี่ยวกับทีมแพทย์ และตัวแทนของหมอในบอร์ดผู้บริหารเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านสาธารณสุข เพื่อดูแลทางด้านสุขภาพ และการฝึกซ้อม แต่ท่ามกลางวิกฤตในปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลอาชีพของฝรั่งเศสยังคงให้ความสำคัญของสุขภาพนักเตะเป็นลำดับแรก”

“ในบริบทนี้ สมาคมฟุตบอลอาชีพของฝรั่งเศสพร้อมรับฟังคำแนะนำของรัฐบาล และตัดสินใจอย่างรอบคอบ ทั้งกระทรวงกีฬา และมหาดไทย กับภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุดเพื่อฟื้นฟู และรับประกันถึงสุขภาพของนักฟุตบอลทุกคน รวมถึงเรื่องของเศรษฐกิจในวงการฟุตบอลด้วย”

สายเลือดนักเตะ ในตัวของ เนย์มาร์ นักฟุตบอลอันดับ หนึ่งของโลก

สายเลือดนักเตะ ในตัวของ เนย์มาร์

เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโยร์ ( Neymar da Sliva Junior ) เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ณ เมืองโมฌีดัสกรูซิส ประเทศ บราซิล ช่วงชีวิตวัยเด็ก ถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายตั้งแต่แบเบาะ คือ ในช่วงวัยเพียง 4 เดือน เขาได้รอดจากการประสบอุบัติเหตุ ในขณะนั่งรถเดินทางไปเยี่ยมญาติกับครอบครัว ถือว่าเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดก็ว่าได้ แต่โชคยังดีที่ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ในช่วงอายุ 1 ขวบ พ่อของเขาได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อซื้อเค้กเป็นของขวัญวันเกิด ด้วยความที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ทำให้ครอบครัวส่งลูกให้มีการศึกษาที่ดี เพียง 1 คนเท่านั้น และนั้นคือน้องสาวของเขา

จุดเริ่มต้นของการเล่นฟุตบอล นั้นก็สมัยเรียนในโรงเรียนธรรมดา ช่วงอายุได้ 6 ปี เขาได้เริ่มเล่นฟุตซอลบนสนามบาสเกตบอล ก่อนที่จะหันมาเล่นฟุตบอลต่อมา ทำให้เขาได้ฝึกความคล่องตัว และความรวดเร็ว ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยความที่พ่อเห็นถึงความตั้งใจนี้ จึงได้สอนทักษะในการเล่นฟุตบอล หลังจากนั้นก็พร้อมพัฒนาการมาเรื่อย ๆ จากเด็กที่เล่นฟุตบอลอยู่ข้างถนน ก้ได้ฉายแววเข้าสู่สโมสร ฟุตซอล แถวบ้านนั้นก็คือ Santos Leguna M.R. และในตอนอายุได้ 11 ปี ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่สตาร์ของวงการฟุตบอล โดยการเป็นทีมเยาวชนของ Santos Futebol Clube สามารถทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง จนเข้าตาทีมฟ้าขาวอย่าง เรอัล มาดริด ในการจะดึงตัวเพชรนี้มาร่วมทีม

แม้ค่าตัวทุบสถิติสโมสร ก็ไม่อาจซื้อใจเนย์มาร์ได้

แต่ด้วยความที่ตอนนั้น เนย์มาร์ อายุเพียง 14 ปี ทำให้พ่อของปฎิเสธข้อเสนอนี้ไป โดยอ้างว่าอยากให้ลูดเติบโตในพื้นที่บราซิล หลังจากนั้น 2 ปี ความสามารถอันร้อนแรง ก็เพิ่มมากขึ้น จึงเข้าตาทางฝั่ง เวสต์แฮม จึงต้องการซื้อตัวมาเล่นให้ทีมในราคา 12 ล้านปอนด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในเวลานั้นของ เวสต์แฮม ทั้ง ๆที่ เนย์มาร์ ไม่เคยได้ลงเล่นให้ทีมใหญ่ ๆ มาก่อน แต่ก็ได้ปฎิเสธไป เหมือนดังปฎิเสธอย่าง เชลซี ในเวลาต่อมา

ในปี 2009 เนย์มาร์ อายุได้ 17 ปี ได้ลงเล่นให้สโมสร ซานโตส อย่างเต็มรูปแบบ และยังมีความสามารถในการทำหน้าที่ในสนาม อย่างมาก เช่น การทำเตะลูกโทษเอง ทั้งๆที่ผู้จัดการทีมต้องการให้นักเตะอีกคนหนึ่งเตะ แต่ไม่ยอม ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในทีม ในปี 2007 ได้ตัดสินใจย้ายทีมไปเล่นให้กับ ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า ด้วยราคา 198 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 8910 ล้านบาทไทย ถือได้ว่าเป็นที่น่าฮือฮา ของคนทั่วโลกไปเลย ในฟอร์มการเล่นที่มี พรสวรรค์มาเป็นอันดับ 1 ของโลกก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนของสนาม ก็ยังนำผลงานให้แก่ บาร์เซโรน่า อยู่เสมอ เช่น การคว้าแชมป์โกปาเดลเรย์มาครอง คว้าทริปเปิลแชมป์ นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ที่สร้างให้แก่ บาร์เซโลน่าเท่านั้น

ในปี 2017 ได้มีข่าวลือออกมาว่า เนย์มาร์ จะย้ายไปยังสโมสรใดสโมสรหนึ่ง นั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เชลซี หรือไม่ก็ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ด้วยเหตุที่ว่าเกิดการทะเลาะ เบาะแวกกับ โค้ชอย่าง ลุยส์ เอนริเก และกระแสความขัดแย้งในทีมก็เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนกรทั่งบินไปตรวจร่างกาย และ บินไปฝรั่งเสสทันที่ นั้นทำให้พ่อ ได้เป็นตัวแทนในการออกมาพูดว่า เนย์มาร์ จะไม่สนับสนุนทีมอย่าง บาร์เซโรน่า อีก หลังจากนั้น นที่ 3 สิงหาคม 2017 เขาก็ได้ออกแถลงว่า ได้ออกจากทีม บาร์เซโรน่า แล้ว และ ได้ชูเสื้อหมายเลข 10 ของทีม ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยค่าตัวที่ได้รับนั้นก็คือ 198 ล้านปอนด์ ถือได้ว่าทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดของโลก โดยการทำสัญญา 5 ปี ในการเล่นให้กับทีม ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง

loading
×