CATEGORY / ข่าวอาร์เซน่อล

ซุ้มปืนยุคใหม่ของ “เอเมรี่” พร้อมท้าชิงแชมป์แล้วหรือยัง ?

ปืนยุคใหม่ ภายใต้การคุมบังเหียนจาก เอเมรี่

อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มหรูด้วยการใส่เกียร์เดินหน้าพลิกกลับมาแซงนำ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ 3-1 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึกมันเดย์ไนท์และยังเป็นการเก็บชัยชนะรวด 10 นัดจากทุกรายการ แม้จากสถิติจะบ่งชี้ว่าผลลัพธ์ที่น่าประทับใจของพวกเขาจะมีเรื่องของดวงเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่ด้วยฟอร์มของพวกเขาในขณะนี้จะมีคู่ต่อสู้ซักกี่รายที่จะกล้าท้าชนทีมของ อูไน เอเมรี่ ได้อย่างไม่เกรงกลัว ? ชัยชนะ 10 นัดติดต่อกันสามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี ทีมปืนใหญ่ ที่หลายๆคนคุ้นเคยเริ่มกลับมาปรากฏกายให้เห็นเด่นชัด และใครๆก็คงเข้าใจได้ถึงความกระดี๊กระด๊าอย่างออกนอกหน้าของเหล่าสาวก เดอะ กันเนอร์ส ในช่วงนี้ อดีตทีมระดับหัวแถวของ พรีเมียร์ลีก ที่ทำตัวเป็นยักษ์หลับมานานหลายปีเริ่มส่งสัญญาณการขยับตัวที่ใครๆก็สามารถสัมผัสได้ จากผลงานการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดของพวกเขาในรอบครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวกภายใต้การทำงานของ เอเมรี่ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปในแบบไร้ที่ติซะเลยทีเดียว อาร์เซน่อล ยังเกือบจะเอาตัวไม่รอดในการเผชิญหน้ากับแนวรุกของ เลสเตอร์ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังโชคดีที่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แต่สิ่งสวยงามที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นในช่วง 45 นาทีหลังจากความยอดเยี่ยมของ เมซุต โอซิล และผองเพื่อนที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมของเกมในครึ่งหลังไปอย่างสิ้นเชิง หากพูดถึงการลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้ หลายๆคนก็คงมองไปที่ ลิเวอร์พูล ที่มีดีพอจะขึ้นไปต่อกรกับ แมนฯ ซิตี้ หรือแม้แต่ เชลซี ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและยังรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และล่าสุดเราก็ไม่อาจมองข้าม อาร์เซน่อล ไปได้จากการที่พวกเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่เหมาะสมจากการเก็บแต้มได้เทียบเท่ากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมคู่ปรับร่วมเมืองหากแต่มีประตูได้เสียที่ดีกว่า

แต่ อาร์เซน่อล ควรคู่กับการเป็นทีมลุ้นแชมป์จริงหรือ? หากดูฟอร์มนัดล่าสุดของพวกเขาในช่วงครึ่งชม.หลังก็คงไม่มีใครโต้แย้ง แต่หากมองย้อนไปถึงฟอร์มในช่วงครึ่งชม.แรกความรู้สึกเมื่อซักครู่ก็อาจจะเปลี่ยนไป เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ มีโอกาสสับไกภายในระยะเวลา 2 นาที, ร็อบ โฮลดิ้ง รอดพ้นการทำให้ทีมเสียจุดโทษจนแฟนบอลทีมเยือนต่างหัวร้อนกันเป็นแถว และจังหวะโหม่งเน้นๆของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ถูกปฏิเสธจากการเซฟอันยอดเยี่ยมของ แบร์นด์ เลโน่ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่ เอคตอร์ เบเยริน จะสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง เมื่อนำสถิติแนวรับของทีมปืนใหญ่ไปเปรียบเทียบกับ 3 ทีมที่อยู่เหนือพวกเขาในตารางคะแนนด้วยตัวเลขที่บ่งชี้ว่าแต่ละทีมต้องเผชิญหน้ากับจังหวะเข้าทำของคู่แข่งแบบจะแจ้งเท่าไร ผลสรุปที่ออกมาคือ แมนฯ ซิตี้ 5 ครั้ง, ลิเวอร์พูล 8 ครั้ง และ เชลซี 18 ครั้ง ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงอันดับของทีมจ่าฝูงเรียงตามลำดับจากความสามารถในการป้องกันหน้าปากประตูของพวกเขา โดยที่ อาร์เซน่อล ก็อยู่ที่ 18 ครั้งเท่ากับ เชลซี แต่มีตัวเลขของโอกาสถูกส่องจากคู่แข่งโดยรวมที่มากกว่า

ในทางตรงกันข้ามจากโอกาสยิงประตูแบบจะแจ้ง แม้ วัตฟอร์ด จะเป็นทีมที่เคยมีโอกาสเหน่งๆมากถึง 6 ครั้งต่อเกม โดยมีเพียง แมนฯ ซิตี้ เท่านั้นที่เคยสร้างโอกาสเน้นๆได้มากกว่าพวกเขาในหนึ่งเกม แต่ทีมของ ฆาบี้ การ์เซีย ก็ยังคงอยู่ในอันดับที่ 7 เพราะแม้จะมีโอกาสจะแจ้งมากมายแต่ปัญหาของพวกเขาก็คือการเอาบอลผ่านมือผู้รักษาประตูคู่แข่ง ซึ่งนี่กลายเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ ทีมปืนใหญ่ เพราะหากนำเอาตัวเลขจังหวะยิงประตูแบบจะแจ้งของพวกเขาที่ 17 ครั้งซึ่งรั้งอยู่ในอันดับ 10 จากทุกๆทีม และน้อยกว่ากลุ่ม 3 ทีมนำอย่าง แมนฯ ซิตี้ (36), ลิเวอร์พูล (20) และ เชลซี (26) แต่กุญแจความสำเร็จของพวกเขาก็คือความเฉียบคมจากโอกาสสับไกที่มีไม่มากนัก

และหากตัดตัวเลขของจังหวะบล็อกและประตูจากจุดโทษออกไป อาร์เซน่อล มีอัตราการแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูจากโอกาสทั้งหมดที่สูงถึง 23.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดจากบรรดาทีมทั้งหมดใน พรีเมียร์ลีก ขณะนี้ “และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม อาร์เซน่อล ถึงคว้าชัยชนะได้ในแต่ละเกม พวกเขาจะสามารถทำแบบนี้ได้ไปจนจบฤดูกาลหรือไม่? ตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะมันเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ” เจมี่ คาร์ราเกอร์ นักวิเคราะห์ของ สกาย สปอร์ตส์ ได้ให้ความเห็นเอาไว้ ประสิทธิภาพการยิงประตูของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ก็ดีดตัวขึ้นสูงปรี๊ดกว่า 40% นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาค้าแข้งอยู่ใน ลอนดอน และเขายังทำได้ทั้ง 2 ประตูจากโอกาสที่มีในเกมกับ เลสเตอร์ อีกด้วย ในขณะที่อัตราความเฉียบคมของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันซักเท่าไร “สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ในขณะนี้มันค่อนข้างเกินจริงไปซักหน่อย และมันก็คงจะค่อยๆลดลงในไม่ช้าและเริ่มส่งผลกระทบต่อผลงานของพวกเขา เพราะโดยปกติแล้วคุณจะไม่สามารถจบสกอร์ได้ในเรทเท่านี้” คาร์ราเกอร์ ตอกย้ำทิ้งท้าย

คำวิจารณ์ของอดีตแข้งหงส์แดงมาจากพื้นฐานของสถิติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะไม่มีทีมอื่นใดที่สามารถสร้างอัตราการจบสกอร์ได้สูงกว่า 20% ในซีซั่นนี้ และก็ไม่มีทีมใดที่แปรเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้สูงถึง 20% ในฤดูกาลก่อนเช่นกัน และมันก็คงเป็นไปได้ยากที่ อาร์เซน่อล จะรักษาสถิตินี้ไว้ได้จบจบฤดูกาล แต่วิวัฒนาการภายในทีมของ เอเมรี่ เป็นสิ่งที่แฟนๆน่าจะให้ความสนใจมากกว่า พวกเขาเป็นทีมที่ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังสูญเสีย อเล็กซิส ซานเชซ รวมถึงผู้หลักตัวหลักคนอื่นๆออกไป หากแต่สถานการณ์ปัจจุบันของ อาร์เซน่อล กลับดูดีกว่าในช่วงที่ผ่านๆมา ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับ เอเมรี่ แบบเต็มๆหลังจากที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพภายในทีมและช่วยชี้นำให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ยุคใหม่

“ยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ เมื่อคุณลองนึกถึงผจก.ทีมคนหนึ่งที่อยู่ที่นั่นยาวนานถึง 22 ปีและมีวัฒนธรรมที่ฝังลึกอยู่ในนั้น มันจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆและทำให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างตามที่ อูไน เอเมรี่ ต้องการ แม้มันจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็จะเป็นสิ่งที่มั่นคง และหากคุณสามารถเก็บชัยชนะไปได้ด้วยระหว่างทางก็จะเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่า” อลัน สมิธ อดีตตำนานทีมปืนใหญ่ ได้กล่าวไว้กับทาง สกาย สปอร์ตส์

ในขณะที่ เอเมรี่ ก็พูดถึงสถานการณ์ของตนเองไว้หลังเกมบุกไปถล่ม ฟูแล่ม 5-1 ในช่วงก่อนเบรคทีมชาติไว้ว่า “เมื่อตอนที่เราพ่ายแพ้ให้กับ แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี ใน 2 แมตช์แรก พวกเรายังคงสงบนิ่ง และเมื่อเรากลับเข้าสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในตอนนี้ ผมคิดว่าเราต้องเตรียมสภาพจิตใจให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน เราค่อยๆไต่อันดับขึ้นไปบนตารางทีละเล็กละน้อยจนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าที่เราคาดเอาไว้ เราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปและเราก็สามารถทำมันได้”

จากการคว้าชัยชนะ 10 เกมรวดที่กลายเป็นสถิติอันน่าประทับใจที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ในขณะที่ผลงานของพวกเขายังคงห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์แบบก็อาจเป็นเรื่องที่ดีเมื่อมองจากภาพรวมที่ดูมีความหวังขึ้นในทุกๆด้าน และก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่บรรดาแฟนๆจะเริ่มตั้งความหวังขึ้นมาเนื่องจากทีมของ เอเมรี่ มีแต้มตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น บางทีหาก อาร์เซน่อล สามารถเก็บ 3 คะแนนจาก คริสตัล พาเลซ ได้ในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ พวกเขาก็จะสามารถขยับขึ้นไปอยู่เหนือ แมนฯ ซิตี้ ได้ชั่วคราวและทำให้กองเชียร์ของพวกเขาได้มีความสุขกันอย่างเต็มที่อีกครั้ง

ปิดเทอมก่อนเพื่อน มคิทาร์ยาน อดลงสนามเนื่องจากอาการบาดเจ็บ

mkhitaryan

ช่วงนี้ใครเป็นแฟนอาร์เซนอลอาจจะต้องลุ้นหนักหน่อยกับเส้นทางบนเวที ยูโรป้า ลีค แม้ว่าตอนนี้ยังอยู่ในเส้นทางแต่ว่าเพื่อนร่วมทางที่เหลือหินเหลือเกิน ก็หวังว่า อาร์เซนอล จะได้รับการชูมือในบั้นปลายก็แล้วกัน แต่ว่าตอนนี้มาดูข่าวร้ายซึ่งส่งผลต่อผลงานในสนามและนอกสนามของเหล่าเดอะกันเนอร์ส อยู่พอสมควรเลยทีเดียว

ข่าวรายงานว่าตอนนี้ มิดฟิลด์เกมรุกตัวเก่งอย่าง เฮนริค มคิทาร์ยาน หมดสิทธิ์ลงสนามช่วยต้นสังกัดในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลเสียแล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า อาการบาดเจ็บครั้งนี้ มคิทาร์ยาน ได้รับจากการลงเล่นเกมยูโรป้าลีค เลคแรกกับ ซีเอสเคเอ มอสโคว เกมนั้นแม้ว่าอาร์เซนอลจะเอาชนะไปได้ 4-1 แต่ มคิทาร์ยานได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงในนาที 61 จากการสแกนเบื้องต้นทำให้เห็นว่าอาการบาดเจ็บเข่าครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงทีเดียว อาจจะต้องใช้เวลานานสำหรับการรักษาทีเดียว

นั่นทำให้เจ้าตัวไม่มีชื่อในเกมลีคสุดสัปดาห์นี้เจอกับ เซาท์แธมป์ตัน และ เกมเลคสองของยูโรป้าลีคไปเรียบร้อยแล้ว การไม่มี มคิทาร์ยาน ทำให้ตัวเลือกแนวรุกของ เวงเกอร์ น้อยลงไปอีกคาดว่า ตัวแทนของมิกกี้ น่าจะเป็น แดนนี่ เวลเบ็ค, อเล็ก อิโวบี้ และ แจ็ค วิลเชียร์ คนใดคนหนึ่ง เพื่อลงไปประสานกับ เมซุต โอซิล กับ อเล็กซองแดร์ ลากาแซตต์ ต้องมาดูกันว่าการหายไปของ มิกกี้ จะส่งผลต่อเกมรุกของปืนใหญ่อาร์เซนอลแค่ไหน

ปืนรักเด็ก! ส่งแมวมองเฝ้าตาม “ซิฟโควิช” หวังดึงจอยทีม

ซิฟโควิช

สื่อในดินแดนฝอยทองได้เผยว่า ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษกำลังเกาะติดฟอร์มการเล่นของปีกดาวรุ่งฟอร์มฮอตอย่าง อันดริย่า ซิฟโควิช ปีกทีมชาตเซอร์เบีย ของ เบนฟิก้า ทีมชั้นนำของโปรตุเกส หลังได้ส่งแมวมองของสโมสรไปส่องฟอร์มดาวรุ่งวัย 21 ปีมาได้สักพักแล้วและผลงานของนักเตะก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจมากๆ

โดยเป็นการตีข่าวของ โอ โชโก้ สื่อมีชื่อในโปรตุเกส ได้ระบุว่า ทัพปืนโตได้ส่งแมวมองระดับชั้นนำของทีมมาดูฟอร์มของ ซิฟโควิช คั้งล่าสุดเมื่อเกมวันเสาร์ที่ผ่านมาที่ เบนฟิก้า เอาชนะ เฟยเรนเซ่ ไปได้ 2-0 และตัวของนักเตะรายนี้ก็โชว์ผลงานเข้าตามากๆ จนสื่อเผยว่าช่วงซัมเมอร์จะมีข้อเสนอจากลอนดอนเข้ามายังโปรตุเกสแน่นอน

สื่อยังเผยอีกว่าสำหรับปีกฟอร์มร้อนแรงคนนี้ก็ไม่ใช่ว่านอกจาก ปืนใหญ่ ทีมเดียวที่ให้ความสำคัญ ยังมี ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ให้ความสนใจนักเตะวัย 21 ปีอยู่เช่นกัน และพร้อมจะเข้ามาแย่งชิงตัวในช่วงซัมเมอร์ด้วยและเนื่องจาก โช่เซ่ มูริญโญ่ โค้ชของพวกเขามีคอนเนคชั่นที่ดีกับทางโปรตุเกสอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์จะปาดหน้าคว้าเพชรเม็ดงามคนนี้ไปครอบครองก็เป็นได้

สำหรับข่าวคราวของ อาร์เซน่อล นอกจาก ซิฟโควิช แล้วก็ได้เล็งนักเตะแนวรุกไว้หลายรายอย่าง ลูก้า โมดริช, แยน โอบลัค และ เบนเซ่มา เป็นต้น

loading
×