CATEGORY / สาระฟุตบอล

ซูเนสส์ เชื่อ เคน คนเดียวที่ดีพอเป็นตัวจริงให้ ลิเวอร์พูล

ซูเนสส์ เชื่อ เคน คนเดียวที่ดีพอเป็นตัวจริงให้ ลิเวอร์พูล

ตำนานนักเตะของหงส์แดง นั้นไม่คิดว่าลูกทีมของสโมสร จะดีพอที่จะสอดแทรกมาเป็นตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ได้ แม้ว่าตอนนี้ จะกำลังผลงานยอดเยี่ยมก็ตาม

แฮร์รี่ เคน นั้นจะเป็นนักเตะของ สเปอร์ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ดีพอจะเล่นให้กับทีม ของ ลิเวอร์พูล ตำนานนักเตะของทีม อย่าง แกรม ซูเนสส์ กล่าว สเปอร์ นั้นนำเป็นจ่าฝูงของลีก อยู่ ณ ขณะนี้ หลังจากที่ฤดูกาลนี้ ผ่านไปแล้วทั้งหมด 12 นัดด้วยกัน

“ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นทีมเต็งแชมป์เหมือนเดิม แม้ว่าตอนนี้ สเปอร์ นำเป็นจ่าฝูง แต่อย่าลืมว่า ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล นักเตะสเปอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะเข้ามาอยู่ในทีม ลิเวอร์พูล ได้ก็คือ แฮร์รี่ เคน เพราะว่า มาเน่ นั้นก็ทำได้ทุกอย่างเหมือนที่ ซน ทำได้” ซูเนสส์ กล่าว

“ดังนั้น ลิเวอร์พูล จะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง และจะสามารถแซงหน้าและนำเป็นจ่าฝูงได้อย่างแน่นอน ลิเวอร์พูล ยังเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าจะเสียนักเตะไปหลายคนเพราะอาการบาดเจ็บก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังดีกว่า สเปอร์ เยอะอยู่ดี”

11 สถิติที่น่าเหลือเชื่อของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตลอดการค้าแข้ง 22 ปี

11 สถิติที่น่าเหลือเชื่อของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตลอดการค้าแข้ง 22 ปี

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงวัยเก๋ากลับมาเป็นนักเตะที่น่าสนใจอีกครั้ง หลังกลับมาเล่นให้กับ เอซี มิลาน ตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลหลัง นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีส่วนช่วยอย่างมากให้กับทีมของ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ได้กลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาล 2020-21 แม้จะเป็นยูฟ่า ยูโรป้าลีก แต่ดาวเตะชาวสวีเดนก็เพิ่งซัดคนเดียว 2 ประตู ใส่ โบโลญญ่า ช่วยให้ทีมเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างน่าสนใจ เมื่อเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 แถมอิบราฮิโมวิช ยังเป็นนักเตะคนเดียวของเกมแรกในเวทีกัลโช่ เซเรียอา ที่ทำได้มากกว่า 1 ประตู

โดยบทความนี้จะย้อนไปดูสถิติที่น่าเหลือเชื่อของอิบราฮิโมวิช นับตั้งแต่เริ่มต้นฟุตบอลอาชีพกับมัลโม่ ผ่านการลงเล่นให้กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแอลเอ แกแล็กซี่

ทำได้ 470 ประตู จากการลงสนาม 763 เกมรวมทุกรายการในเส้นทางการค้าแข้ง หรือเฉลี่ย 1 ประตูต่อ 127.7 นาที โดยสถิติสูงที่สุดคือตอนที่เล่นในลีกเอิง มีสถิติ 1 ประตูในทุกๆ 91 นาที กับเปแอสเช

ปัจจุบันอิบราฮิโมวิชทำประตูมาได้ 23 ฤดูกาลติดต่อกัน นับตั้งแต่ประเดิมลงสนามให้กับมัลโม่ในปี 1999

2 ประตูที่ทำใส่โบโลญญ่า ทำให้อิบราฮิโมวิช ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 16 ของทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดของมิลาน ร่วมกับดานิเอเล่ มาสซาโร่ และปิเอโตร อาร์คารี่ โดยต้องการอีก 5 ประตู เพื่อทำลายสถิติของมาร์โก ซิเมโอเน่ อันดับที่ 15 และหากทำได้ 20 ประตู จะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 10

อิบราฮิโมวิชทำไปแล้ว 132 ประตู ในเซเรียอา ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 39 ของตารางดาวซัลโวของลีก

ในช่วงปี 2006 ถึง 2017 อิบราฮิโมวิช มีสถิติทำได้ 20 ประตูต่อฤดูกาล ในช่วงที่เล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สถิติที่ดีที่สุดในการค้าแข้งของอิบราฮิโมวิช คือตอนที่อยู่กับแอลเอ แกแล็กซี่ เมื่อทำได้ 52 ประตู จากการลงสนาม 56 เกม

อิบราฮิโมวิช และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นเพียงสองนักเตะในปัจจุบันที่ทำได้ทุกนาทีในเกมการแข่งขัน (ตั้งแต่นาทีที่ 1 ถึง 90)

อิบราฮิโมวิชเล่นให้กับเปแอสเช ยาวนานที่สุดในอาชีพ คือ 4 ฤดูกาล ลงสนามไป 180 เกมรวมทุกรายการ ทำได้ 156 ประตู และเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของทีม ก่อนที่จะถูกเอดินสัน คาวานี่ ทำลายในฤดูกาลที่ผ่านมา

อิบราฮิโมวิช คว้าแชมป์ลีกได้ 11 รายการ และแชมป์ยุโรป 4 รายการ ยังไม่รวม 2 แชมป์เซเรียอา กับยูเวนตุส หลังถูกยึด

ลุค ชอว์ กลับชาติมาเกิดใหม่

เจ๊ชอว์ กลับชาติมาเกิดใหม่

หากบอกว่าคนเราโชคชะตามักเล่นตลกเสมอ มันคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงเท่าไหร่นัก หรือถ้าเป็นความเชื่อคนไทยก็อาจมีปีชง ปีไม่ชง ดวงดีไม่ดีอะไรก็ว่ากันไป ชีวิตนักฟุตบอลเองบ่อยครั้งที่นอกจากความสามารถแล้วยังต้องมีเรื่องของดวงหรือโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน แบบที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายชาวอังกฤษของทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้เหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง หลังเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่มีข่าวว่าเตรียมเดินออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้เลย

ความจริงต้องย้อนไปตั้งแต่เมื่อซีซั่นที่แล้ว ตอนเจ้าตัวขาหักแล้วต้องพักไปแบบยาว ๆ พอกลับมาอีกครั้งก็ยังฟิตได้ไม่เต็มร้อย สัมปทานแบ็กซ้ายของทัพปีศาจจึงตกเป็นของ แอชลีย์ ยัง ที่ทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติอังกฤษไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 บวกกับความที่อาจเรียกว่าสำออยหรือเปล่าไม่แน่ใจ จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการหัวเสียกับการเล่นแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ถึงขนาดเคยออกมาวิจารณ์เขาแบบเละเทะจนทำให้เชื่อกันว่าแบ็กซ้ายดาวรุ่งรายนี้น่าจะหมดอนาคตกับทีมค่อนข้างแน่

โชเซ่ มูรินโญ่ และ ชอว์

แถม มูรินโญ่ เองแทบไม่เคยส่งเขาลงสนามเลยด้วยซ้ำแม้ว่าจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาแบบเต็มตัวยิ่งช่วงมีกระแสข่าวรายวันว่าใครคือดาวเตะที่ต้องโบกมือลาทีมไป ชื่อของ ลุค ชอว์ มักจะโดดขึ้นมาเป็นลำดับต้น ๆ เสมอ ทำให้เชื่อว่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาคงได้ไปจริง ๆ แม้ช่วงปรีซีซั่นจะได้ลงสนามบ่อยครั้งเนื่องจากนักเตะในทีมหลายคนไปเล่นฟุตบอลโลกกันหมด ทว่าด้วยความที่ตัวนักเตะเองก็พยายามอย่างต่อเนื่อง บวกกับช่วงที่เริ่มต้นซีซั่นใหม่ ๆ แอชลีย์ ยัง เพิ่งกลับมาจากรัสเซียเลยยังไม่ฟิตเต็มร้อย หน้าที่นี้จึงต้องตกเป็นของ ชอว์ และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีจนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคมของสโมสรไปครอง แถมยังซัดประตูแรกในการเล่นอาชีพให้กับตนเองได้อีกด้วย จากฟอร์มการเล่นสุดเร้าใจแบบนี้เติมเกมรุกดุดัน เล่นเกมรับก็ไว้ใจได้เลยกลายเป็นว่าเหมือนโลกของเขาได้กลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากมืดมนมานานหลายเดือน อีกทั้งคนที่ต้องปวดหัวกับเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น แอชลีย์ ยัง เพราะต้องมานั่งเป็นตัวสำรองไปเสียอย่างนั้น หากมองในแง่ดี นี่คือตัวเลือกของ มูรินโญ่ ในการจัดทัพลงสนามชั้นดี มีนักเตะเล่นแบ็กซ้ายได้ 2 คน เลือกใครก็ได้เหมือนกัน เป็นช่วงเวลาที่ ชอว์ จะกลับมาทวงตำแหน่งคืนเสียที

เคน ลั่น สิงโต เก่งขึ้นอีกหลังชนะ โคลอมเบีย

เคนบอกสิงโตเก่งขึ้นอีก

แฮร์รี่ เคน ดาวยิงจาก “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ได้ออกมาพูดหลังจบเกมที่อังกฤษ เอาชนะจุดโทษ โคลอมเบีย ไปได้ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเจ้าตัวระบุว่า หลังเกมที่เอาชนะโคลอมเบียนี้ทำให้อังกฤษเติบโตขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในเวลาปกติเสมอกันไป 1-1 ซึ่งเคนเป็นคนทำประตูขึ้นนำให้กับอังกฤษจากการยิงจุดโทษช่วงครึ่งหลังก่อนโดนตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้ต้องเล่นถึงการต่อเวลาและดวลจุดโทษตัดสิน

ชัยชนะจากการดวลจุดโทษในครั้งนี้ถือเป็นการชนะครั้งแรกของอังกฤษในการแข่งขันฟุตบอลโลกเลยด้วยนั่นทำให้ยอดดาวยิงชาวอังกฤษที่ตอนนี้ขึ้นเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ ของทัวร์นาเมนต์มั่นใจว่าทีมของเขาจะโตขึ้นกว่านี้ได้อีก

“เราพูดกันเยอะเกี่ยวกับการเป็นทีมเลือดใหม่ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ แต่เราเองเติบโตขึ้นมากในเกมคืนนี้ มันเป็นอารมณ์ที่ผสมผสานกันระหว่างดีกับแย่ แม้มาในช่วงยิงลูกจุดโทษทุกคนยังทำหน้าที่ได้อย่างอัศจรรย์ การยิงจุดโทษเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิด เห็นได้ชัดว่าในอดีตอังกฤษทำได้ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งที่ทำให้เรามีความเชื่อมั่นกันต่อไป” เคน กล่าว

เบลเยี่ยม กับ ม้ามืด เป็นครั้งสุดท้าย

ทีมชาติเบลเยี่ยม

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาทีมชาติเบลเยี่ยมน่าจะเรียกว่าเป็นยุค Golden Generation ก็ว่าได้ เพราะมีนักเตะชั้นดีอยู่ในทีมมากมายไปหมด จนทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ ทั้งฟุตบอลยูโร หรือ ฟุตบอลโลก เบลเยี่ยมแม้จะไม่ใช่เต็ง 1 หรือ 2 แต่ก็เป็นทีมที่ผู้สันทัดกรณีด้านฟุตบอลยกให้เป็นม้ามืดหรือทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ได้ในบั้นปลาย แต่น่าเสียดายที่เบลเยี่ยมไปไม่ถึงฝัน เวลานี้เบลเยี่ยมมีผู้เล่นฝีเท้าดีมากมาย จากแดนหลังไปจนถึงผู้เล่นในแนวรุก ผู้รักษาประตู ธีโบต์ กูร์ตัวส์ คือ 1 ในผู้รักษาประตูอันดับต้นๆของโลกโดยไม่มีข้อสงสัย

กองหลัง โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ โทมัส เฟอร์มาเลิน แยน แฟร์ตองเก้น โธมัส มูนิเยร์ ที่แข็งแกร่งและไม่น่าจะเป็นรองทีมไหนเลยในเวลานี้
กองกลาง เควิน เดอ บรอยน์ รัดยา เนียงโกลัน ยานนิค การ์ราสโก้ มูซา แดมเบเล่
กองหน้า นำทัพโดยกัปตันทีม เอแดน อาซาร์ และ โรเมลู ลูกากู

ทั้งหมดนี่น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่จะถูกใช้เป็นผู้เล่นตัวจริงอย่างแน่นอนหากว่าไม่มีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวน หากจะบอกว่าด้วยระดับของนักเตะแล้วเผลอๆอาจจะเป็นรองเพียงแค่ทีมใหญ่อย่าง สเปน เยอรมัน หรือบราซิลเท่านั้น แต่ปัญหาของเบลเยี่ยมที่ค่อนข้างชัดเจน คือ ในตำแหน่งกองหน้า แม้อาซาร์จะเป็นตัวเลือกแรก แต่ก็จะประจำการอยู่ริมเส้นฝั่งซ้ายเหมือนกับที่เล่นให้กับเชลซี และใช้หน้าเป้าเป็น โรเมลู ลูกากู แต่หากแผนนี้ไม่เวิร์ค อาซาร์ก็มักจะต้องมารับหน้าที่แทนอยุ่เป็นประจำ นั่นเป็นเพราะว่านอกจากลูกากูแล้ว ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของเบลเยี่ยมในเวลานี้ไม่มีใครพึ่งพาได้เลยแม้แต่คนเดียว ทั้ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่แทบจะยิงประตูไม่ได้เลยกับคริสตัล พาเลซ ดิว็อค โอริกี้ ก็ฟอร์มตกอย่างหนักกับโวล์ฟบวร์กจนต้องส่งกลับต้นสังกัดจริงอย่างลิเวอร์พูลไปแล้ว ในขณะที่ มิชี่ บาตรชูอายี่ ที่โชว์ฟอร์มได้กับดอร์ทมุนด์ก็มาบาดเจ็บหนักจนน่าจะพลาดฟุตบอลโลกแล้ว

ในขณะที่ตำแหน่งอื่นๆก็เช่นกันที่ตัวสำรองดูเหมือนว่าไม่น่าจะทดแทนผู้เล่นตัวจริงได้ ซึ่งหากว่ามีใครบาดเจ็บหรือติดโทษแบนขึ้นมาเบลเยี่ยมจะมีปัญหาทันที และฟุตบอลโลกที่รัสเซียคราวนี้น่าจะเป็นโอกาสที่น่าจะมากที่สุดในยุค Golden Generation นี้แล้ว หากว่าครั้งนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก กว่าที่เบลเยี่ยมจะสามารถมีผู้เล่นระดับโลกอยู่ในทีมเกิดขึ้นมาหลายคนพร้อมๆกันนั้นไม่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 10-20 ปีนี้แน่นอน

กองหลังชื่อดังคุณภาพ ที่ไม่ได้ไปฟุตบอลโลก 2018

ดาวิด ลุยซ์ อดไปบอลโลกชัวร์

ฟุตบอลโลก 2018 ที่จะเริ่มต้นภายในไม่กี่เดือนและผู้จัดการทีมชาติส่วนใหญ่ได้ส่งรายชื่อผู้เล่น 23 ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าที่ว่างนั้นมีจำกัดกว่าผู้เล่นทำให้นักเตะบางคนกลายเป็นส่วนเกินซึ่งก็มาจากเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความไม่ลงรอยกันกับผู้จัดการทีมต้นสังกัด หรืออาการบาดเจ็บ หรือบางคนไม่ได้อยู่ในสายตาผู้จัดการทีมชาติ แต่จะเพราะอะไรก็ตามต่อไปนี้คือนักบอลในตำแหน่งกองหลังที่ไม่มีส่วนร่วมในฟุตบอลโลกที่รัสเซีย แน่นอนแล้ว

5 เทพแบ็ค ที่อดไปเวิร์ดคัพ

ดาวิด ลุยซ์ : อยู่ๆชะตาชีวิตก็เล่นตลกกับกองหลังฝีเท้าดีคนนี้ เพราะความขัดแย้งกับ อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมเชซีและอาการบาดเจ็บ ทำให้ลุยซ์หายไปจากทีมจนแฟนเชลซีแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีกองหลังทีมชาติบราซิลอยู่ในทีมด้วย และในที่สุดลุยซ์ก็อดไปบอลโลกไปตามคาด

มามาดู ซาโก้ : ความขัดแย้งกับเจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ซาโก้ถูกขายมาให้กับคริสตัล พาเลซ ซึ่งแม้ว่าจะทำให้มีโอกาสลงสนามมากขึ้นและพาเลซรอดตกชั้นได้ แต่ผลงานโดยส่วนตัวของซาโก้ที่ชอบเล่นแบบเสี่ยงๆ ก็มีผลทำให้หลุดจากตัวจริงบ่อยครั้ง และก็มีผลทำให้ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกคราวนี้

คริส สมอลลิ่ง ก็หงอยเวิร์ดคัพ 2018

คริส สมอลลิ่ง : แกเร็ธ เซาธ์เกต เลือก แกรี่ เคฮิลล์และจอห์น สโตน เป็นตัวเลือกของทีม ทั้งที่จะว่าไปแล้วทั้ง 2 คนนั้นไม่ได้โชว์ผลงานดีกว่ากองหลังจากค่ายผีแดงเลยในฤดูกาลนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เท่านั้นยังไม่พอ กุนซือทีมชาติอังกฤษยังเลือก แฮร์รี่ แมกไกวร์ ที่แทบไม่มีประสบการณ์ทีมชาติมิดทีมแทนอีกด้วย

โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ : เป็นนักเตะที่เป็นตัวจริงค่อนข้างแน่นอนให้กับทีมชาติ แต่ความโชคร้ายจากการได้รับบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรงการเล่นถ้วยยูโรป้าลีกกับแอตเลติโก มาดริด จนต้องหลุดออกจากทีมชุดฟุตบอลโลกฝรั่งเศสไปอย่างเจ็บปวด

อเล็กซ์ ซานโดร : มีโอกาสเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น ที่ฟูลแบ็คจากยูเวนตุสได้ลงเล่นให้กับทีมชาติภายใต้ การคุมทีมของ ติเต้ ผู้จัดการทีมชาติบราซิล ซานโดรไม่ได้เล่นแย่กับสโมสรในฤดูกาลนี้ แต่แน่นอนว่าเขาอาจจะไม่เก่งเท่ากับมาเซโล่ กับเฟลิปเป้ ลุยซ์ แล้ว ในชั่วโมงนี้กองหลังตราหมีไม่ได้ดีไปกว่าซานโดรแน่นอน เพราะในช่วงหลังเจ้าตัวเองก็หลุดจากทีมตัวจริงของแอตเลติโก มาดริด ไปแล้วด้วย แต่ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่าซานโดรนั้นมีสไตล์ไม่เหมาะกับการเล่นของผู้จัดการทีมรายนี้

5 ปลายทางแห่งใหม่ของ เอมเร่ ชาน

5 ปลายทางแห่งใหม่ของ เอมเร่ ชาน
เอมเร่ ชาน มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันน่าจะขัดเจนว่าคงจะอำลาลิเวอร์พูลไปในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าลิเวอร์พูลจะพยายามต่อสัญญามาเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งสัญญาของชานก็จะหมดลงหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลนี้แล้ว การหมดสัญญานั่นหมายความว่าชานสามารถจะเลือกไปเล่นให้กับทีมใดก็ได้พร้อมกับสามารถรับผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะทั้งค่าเซ็นสัญญารวมถึงค่าเหนื่อย แต่ว่าชานจะไปที่ไหนนั่นน่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะเป็นทีมต่างๆต่อไปนี้แน่นอน

  1. ยูเวนตุส

ยอดทีมจากอิตาลี ที่มีข่าวกับชานมานานที่สุด โดยยูเว่เองประกาศตัวออกมาอย่างชัดเจนว่าต้องการเอาชานไปอยู่ด้วย โดยตอนแรกยินดีจะจ่ายค่าฉีกสัญญาให้ลิเวอร์พูลเล็กน้อยให้อีกต่างหาก แต่หงส์แดงและชานไม่ได้รับข้อเสนอเอาไว้ ซึ่งแม้จะเป็นตัวเต็งแต่การที่ชานยังคงกั๊กไม่ตอบรับหรือปฏิเสธทำให้ดูเหมือนยูเว่จะออกอาการหงุดหงิดไม่น้อยและบอกว่าอาจจะมองหาตัวเลือกอื่น ซึ่งยูเว่นั้นต้องการชานเพื่อไปแทนที่ซามี่ เคดิร่า รุ่นพี่ทีมชาติเยอรมัน

  1. บาเยิร์น มิวนิค

บางทีการที่ชานยังไม่ตอบรับยูเว่ อาจจะเพราะเจ้าตัวเลือกที่จะกลับมาเล่นให้ทัมเสือใต้ในบ้านเกิดอีกก็ได้ ซึ่งชานก็ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ของบาเยิร์นเพราะเจ้าตัวเคยเป็นนักเตะระดับเยาวชนแต่ไม่ประสบความสำเร็จก่อนที่จะไปแจ้งเกิดกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นนั่นเอง หากได้ชานมาอย่างน้อยก็น่าจะทำให้แดนกลางของเสือใต้แข็งแกร่งขึ้นมาก เพราะหลังจากชาร์บี้ อลองโซ่ แขวนสตั๊ดกองกลางของเสือใต้ก็อ่อนลงไปพอสมควร

  1. เรอัล มาดริด

ชาน อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของทีมชุดขาวก็ได้ เพราะการที่สามารถเซ็นสัญญาได้ฟรีแถมอายุของชานก็ยังน้อยมาก ซึ่งเรอัล มาดริด  อาจจะเอาไว้เล่นสลับแทนกับคาเซมิโร่ที่มีอาการเจ็บง่ายและมัเตโอ โควาซิช กองกลางตัวสำรองอีกคนหากเทียบกับชานแล้ว ชานดูจะดีกว่าด้วย

  1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก บางทีการได้ร่วมงานกับทีมที่มีโอกาสได้แชมป์มากที่สุดลีกพร้อมกับค่าเหนื่อยที่ให้ได้แบบไม่อั้น อาจทำให้ชานเลือกมาเล่นให้กับเรือใบสีฟ้าก็ได้ ความแข็งแกร่ง เล่นได้ทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ น่าจะเป็นสิ่งที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชื่นชอบ และต้องการจะนำมาเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง อย่างน้อยก็น่าจะทดแทน ยาย่า ตูเร่ ที่แทบไม่มีบทบาทในทีมเลยในช่วงหลัง

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อาจเป็นตัวเลือกที่ถ้าเกิดขึ้นจริงคงทำร้ายจิตใจแฟนบอลหงส์แดงไม่น้อย แต่ในโลกของฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อชานสามารเลือกย้ายทีมได้แบบฟรีๆ จากการที่มีข่าวว่า ผีแดงพร้อมจะปล่อยมารูยาน เฟลไลนี่ ออกจากทีมด้วยแล้ว รวมทั้ง เนมานย่า มาติช เองก็เริ่มอายุมากขึ้น ซึ่งชานอาจเป็นส่วนเติมเต็มที่ดีไม่น้อย

8 อันดับ นักฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาล

8 อันดับ นักฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาล

เป็นการจัดอันดับนักฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาลของเว็บไซต์ฟุตบอลแห่งหนึ่ง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไปดูกันดีกว่าว่ามีใครกันบ้าง

  1. เปเล่

เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยชาวบราซิล คือในปี 1958, 1962 และ 1970 ชื่อของเปเล่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลมาจนถึงวันนี้

  1. เลโอเนล เมซซี่

แม้จะไม่เคยสัมผัสกับแชมป์ฟุตบอลโลก แต่ผลงานในระดับสโมสรกับบาร์เซโลน่าก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเมซซี่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแต่อาจจะมาจากต่างดาวก็ได้

  1. ดิเอโก มาราโดน่า

พระเจ้าของทีมชาติอาร์เจนติน่า และสโมสรนาโปลี พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี ค.ศ.1986 และพานาโปลีครองความยิ่งใหญ่เหนือยอดทีมอย่างยูเวนตุส และ 2 ทีมจากเมืองมิลานได้มาแล้ว

  1. โยฮัน ครัฟฟ์

ตำนานของสโมสรอาแจ็กซ์และบาร์เซโลนาในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 และถือว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุโรป ผู้ได้รับรางวัล Ballon D’Ors (นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป) 3 สมัย และเรียกว่าเป็นผู้วางรากฐานของบาร์เซโลน่าให้ยิ่งใหญ่มาจนถึงวันนี้ด้วย

  1. ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์

เป็นคนเดียวที่จะเป็นกัปตันและและผู้จัดการทีม ที่พาทีมเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ต้นตำรับของการเล่นแบบลิเบอโร่ ได้แชมป์บุนเดสลีกา 5 สมัย และ 3 ถ้วยแชมป์ยุโรป เป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่เยอรมันเคยมีมา

  1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้

หากไม่มีเมซซี่ โรนัลโด้อาจจะได้รับการยกย่องมากกว่านี้มีอีกหลายเท่า แต่ผลงานที่ผ่านมาของสตาร์โปรตุเกสก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมายแล้วทั้งกับกับ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพาทีมชาติโปรตุเกสได้แชมป์ยุโรปมาแล้วด้วย

  1. มิเชล พลาตินี่

ประสบความสำเร็จกับยูเวนตุสทั้งแชมป์ลีกแล้ว ถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ (ยูฟ้า แชมเปี้ยนส์ลีกในปัจจุบัน) พาทีมชาติฝรั่งเศษเป็นยุโรปปี 1984 เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสคนหนึ่ง

  1. อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน

ได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพมากถึง 5 สมัย กับเรอัล มาดริด เกิดที่อาเจนติน่าแต่อพยพมาอยู่ที่ประเทศอิตาลี เคยลงเล่นให้กับทั้ง 2 ชาติมาแล้ว เป็นส่วนสำคัญที่สร้างประวัติศาสตร์ให้เรอัล มาดริดได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งยุโรปจนถึงวันนี้

  1. เฟเรนซ์ ปุสกัส

อาจเรียกได้ว่าเป็น 1 ในกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่โลกเคยมีมา ปุสกัสเป็นกองหน้าทีมชาติฮังการีที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค 50 ได้แชมป์ลาลีกากับ เรอัล มาดริด 5 ครั้ง โดยเป็นดาวซัลโวของลีกถึง 4 ครั้ง ด้วยกัน และยังพาทีมได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพถึง 3 ครั้งอีกต่างหาก

 

นิโก้ โควัช นายใหม่ของเสือใต้

นิโก้ โควัช

หลังจากที่ปลด คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือชาวอิตาเลียนออกไปจากทีมเพราผลงานไม่ดีและปัญหาในห้องแต่งตัวกับนักเตะระดับซีเนียร์ในทีมบาเยิร์น มิวนิค ทำให้สโมสรต้องไปดึงเอาจุ๊ป ไฮย์เกส อดีตกุนซือกลับมาคุมทีมแทนชั่วคราว ซึ่งแม้ไฮย์เกสจะทำผลงานได้ดี แต่ด้วยอายุที่มากเกินไปคงไม่อาจฝากงานหนักที่มีความกดดันไปนานๆได้ทำให้เสือใต้ต้องหาผู้จัดการทีมคนใหม่มาแทน ซึ่งหวยก็มาออกที่ นิโก้ โควัช อดีตนักเตะเก่าของทีม

แน่นอนว่าโควัชนั้นไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆของเสือใต้แน่นอน เพราะคนที่สโมสรต้องการจริงๆนั้นก็คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ของลิเวอร์พูลนั่นเอง แต่แน่นอนว่าลิเวอร์พูลกับคล็อปป์นั้นไปด้วยกันได้ดีมากและมีความท้าทายให้คล็อปป์ได้ทำอีกเยอะ การที่เสือใต้จะไปเอามานั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยในเวลานี้ หรืออีกคนหนึ่งก็คือ โธมัส ทูเคิล อดีตกุนซือของดอร์ทมุนที่กำลังว่างงาน แต่แล้วก็เงียบไปจนทูเคิลนั้นมีข่าวกับ ทั้งอาร์เซน่อล เชลซี และล่าสุดกับปารีส แซงต์​ แชร์แมง ที่มาแรงที่สุด และก็น่าจะเป็นที่สโมสรจากฝรั่งเศสที่ได้ทูเคิลไปทำทีม

ทำให้บาเยิร์นเองก็คงเหลือทางเลือกไม่มากนักจนตัดสินใจไปเอา นิโก้ โควัช กุนซือชาวโครเอเชียและก็เป็นนักเตะเก่าของทีมเสือใต้เองด้วยมาทำทีม ซึ่งก็ต้องบอกว่ามีความเสี่ยงยู่ไม่น้อยเหมือนกันหากว่าเอามาตรฐานของกุนซือเสือใต้คนก่อนๆมาวัด เอาง่ายๆแค่อันเชลอตตีที่โดนปลดไปนั้นเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมาทุกสโมสรที่เคยคุมทีม แต่โควัชเองไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว โดยเจ้าตัว เคยคุมทีมเยาวชนและผู้ช่วยของทีม Red Bull Salzburg ในออสเตรียมาเท่านั้น ก่อนจะมาคุมทีมจริงจังกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ตั้งแต่ปี 2016 เท่านั้น ซึ่งแม้จะทำผลงานได้ในระดับน่าพอใจ แต่การมาคุมบาเยิร์นมิวนิค ทีมที่ไม่มีที่ว่าให้กับความล้มเหลวแน่นอนถือเป็นสิ่งที่โควัชน่าจะกดดันมากกว่าเดิมหลายเท่า

ในบุนเดสลีกานั้นไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะมาตรฐานนักเตะในทีมนั้นเหนือกว่าคู่แข่งอยู่แล้วหลายเท่าดังนั้น โควัชจะพลาดไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นก็คงอยู่บนเก้าอี้ได้ไม่นานแน่นอน แต่ปกติเข้ามีทีเด็ดบอลแจ่มๆคอยจัดแทกติดที่น่าสนใจไว้ตลอดอยู่แล้ว ส่วนถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกนั้นทีมเสือใต้มักจะทะลุเข้าไปรอบลึกๆได้เสมอ ดังนั้น ก็เป็นมาตรฐานที่โควัชต้องทำให้ได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าเช่นกัน แต่นอกจากนั้นก็คือต้องดูว่าบารมีของโควัชนั้นจะเอาสตาร์ของบาเยิร์นอยู่ได้หรือไม่เพราะแม้จะเป็นนักเตะเก่าของทีมแต่ก็อยู่ในระดับธรรมดาที่ไม่โดดเด่นอะไรมากนัก นี่คือสิ่งที่ต้องรอดูกันต่อไปสำหรับอนาคตของโควัชและบาเยิร์น มิวนิค เอง

แคนดิเดตลับ อาจจะมาแทน เวงเกอร์

Lucien Favre

ยิ่งใกล้สิ้นสุดฤดูกาลลงไปเท่าไร มันยิ่งเหมือนว่า อนาคตของ อาร์แซน เวงเกอร์ กับอาร์เซนอลจะหมดลงไปเท่านั้น ตอนนี้ไม่ว่ากุนซือคนไหนต่างก็เป็นข่าวโยงจะเข้ามาทำทีมอาร์เซนอลต่อจากเค้าทั้งนั้น บางคนก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในวงการฟุตบอล แต่บางคนแม้จะเป็นแฟนฟุตบอลติดตามมานานอาจจะต้องเกาหัวเลยว่า หมอนี่ใคร เหมือนเช่นข่าววันนี้เปิดเผยว่ามีแคนดิตเดตลับอาจจะมาคุมซุ้มมือปืนแทนเวงเกอร์ได้

ข่าวบอกว่าตอนนี้บอร์ดบริหารของอาร์เซนอล กำลังสนใจตัวเลือกอย่าง ลูเซียน เฟรย์ กุนซือจาก นีซ ทีมในฝรั่งเศสให้เข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ของอาร์เซนอล อนาคตของ เวงเกอร์ หากดูตามสัญญาเค้าจะอยู่กับทีมไปถึงเดือนมิถุนายน 2019 แต่ว่าเค้าอาจจะอยู่ไม่ถึงเนื่องจากมีแคนดิเดตเข้ามามากมายเลยไม่ว่าจะเป็น โทมัส ทูเคิ่ล หรือ ฟาบิโอ คาเปลโล เรามาเช็คข้อมูลของ ลูเซียน กันบ้าง ตัวเค้านั้นมีสัญญาอยู่กับ นีซ ยาวไปถึงสิ้นสุดฤดูกาลหน้า

ส่วนประวัติด้านการทำงานเบื้องหลัง เค้าเลยทำงานกับทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์มาแล้ว ถือว่าเป็นแคนดิเดตลับอันน่าสนใจ โปรไฟล์ก็ดี น่าจะเข้ามาสานงานต่อของ อาร์แซน เวงเกอร์ ที่ อาร์เซนอล ได้เป็นอย่างดี ก็ต้องมาลุ้นกันว่า สุดท้ายแล้ว กุนซือคนนี้จะได้เข้ามาเป็นหัวหน้าซุ้มมือปืนหรือไม่ แต่หากเค้ามาก็ถือว่าเป็นตัวเลือกดี น่าจะยกระดับคุณภาพอาร์เซนอลได้มาก


- PAGE 1 OF 2 -

Next Page  

loading
×