CATEGORY / แวดวงบอลโลก

สายเลือดนักเตะ ในตัวของ เนย์มาร์ นักฟุตบอลอันดับ หนึ่งของโลก

สายเลือดนักเตะ ในตัวของ เนย์มาร์

เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโยร์ ( Neymar da Sliva Junior ) เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ณ เมืองโมฌีดัสกรูซิส ประเทศ บราซิล ช่วงชีวิตวัยเด็ก ถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายตั้งแต่แบเบาะ คือ ในช่วงวัยเพียง 4 เดือน เขาได้รอดจากการประสบอุบัติเหตุ ในขณะนั่งรถเดินทางไปเยี่ยมญาติกับครอบครัว ถือว่าเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดก็ว่าได้ แต่โชคยังดีที่ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ในช่วงอายุ 1 ขวบ พ่อของเขาได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อซื้อเค้กเป็นของขวัญวันเกิด ด้วยความที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ทำให้ครอบครัวส่งลูกให้มีการศึกษาที่ดี เพียง 1 คนเท่านั้น และนั้นคือน้องสาวของเขา

จุดเริ่มต้นของการเล่นฟุตบอล นั้นก็สมัยเรียนในโรงเรียนธรรมดา ช่วงอายุได้ 6 ปี เขาได้เริ่มเล่นฟุตซอลบนสนามบาสเกตบอล ก่อนที่จะหันมาเล่นฟุตบอลต่อมา ทำให้เขาได้ฝึกความคล่องตัว และความรวดเร็ว ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยความที่พ่อเห็นถึงความตั้งใจนี้ จึงได้สอนทักษะในการเล่นฟุตบอล หลังจากนั้นก็พร้อมพัฒนาการมาเรื่อย ๆ จากเด็กที่เล่นฟุตบอลอยู่ข้างถนน ก้ได้ฉายแววเข้าสู่สโมสร ฟุตซอล แถวบ้านนั้นก็คือ Santos Leguna M.R. และในตอนอายุได้ 11 ปี ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่สตาร์ของวงการฟุตบอล โดยการเป็นทีมเยาวชนของ Santos Futebol Clube สามารถทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง จนเข้าตาทีมฟ้าขาวอย่าง เรอัล มาดริด ในการจะดึงตัวเพชรนี้มาร่วมทีม

แม้ค่าตัวทุบสถิติสโมสร ก็ไม่อาจซื้อใจเนย์มาร์ได้

แต่ด้วยความที่ตอนนั้น เนย์มาร์ อายุเพียง 14 ปี ทำให้พ่อของปฎิเสธข้อเสนอนี้ไป โดยอ้างว่าอยากให้ลูดเติบโตในพื้นที่บราซิล หลังจากนั้น 2 ปี ความสามารถอันร้อนแรง ก็เพิ่มมากขึ้น จึงเข้าตาทางฝั่ง เวสต์แฮม จึงต้องการซื้อตัวมาเล่นให้ทีมในราคา 12 ล้านปอนด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในเวลานั้นของ เวสต์แฮม ทั้ง ๆที่ เนย์มาร์ ไม่เคยได้ลงเล่นให้ทีมใหญ่ ๆ มาก่อน แต่ก็ได้ปฎิเสธไป เหมือนดังปฎิเสธอย่าง เชลซี ในเวลาต่อมา

ในปี 2009 เนย์มาร์ อายุได้ 17 ปี ได้ลงเล่นให้สโมสร ซานโตส อย่างเต็มรูปแบบ และยังมีความสามารถในการทำหน้าที่ในสนาม อย่างมาก เช่น การทำเตะลูกโทษเอง ทั้งๆที่ผู้จัดการทีมต้องการให้นักเตะอีกคนหนึ่งเตะ แต่ไม่ยอม ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในทีม ในปี 2007 ได้ตัดสินใจย้ายทีมไปเล่นให้กับ ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า ด้วยราคา 198 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 8910 ล้านบาทไทย ถือได้ว่าเป็นที่น่าฮือฮา ของคนทั่วโลกไปเลย ในฟอร์มการเล่นที่มี พรสวรรค์มาเป็นอันดับ 1 ของโลกก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนของสนาม ก็ยังนำผลงานให้แก่ บาร์เซโรน่า อยู่เสมอ เช่น การคว้าแชมป์โกปาเดลเรย์มาครอง คว้าทริปเปิลแชมป์ นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ที่สร้างให้แก่ บาร์เซโลน่าเท่านั้น

ในปี 2017 ได้มีข่าวลือออกมาว่า เนย์มาร์ จะย้ายไปยังสโมสรใดสโมสรหนึ่ง นั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เชลซี หรือไม่ก็ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ด้วยเหตุที่ว่าเกิดการทะเลาะ เบาะแวกกับ โค้ชอย่าง ลุยส์ เอนริเก และกระแสความขัดแย้งในทีมก็เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนกรทั่งบินไปตรวจร่างกาย และ บินไปฝรั่งเสสทันที่ นั้นทำให้พ่อ ได้เป็นตัวแทนในการออกมาพูดว่า เนย์มาร์ จะไม่สนับสนุนทีมอย่าง บาร์เซโรน่า อีก หลังจากนั้น นที่ 3 สิงหาคม 2017 เขาก็ได้ออกแถลงว่า ได้ออกจากทีม บาร์เซโรน่า แล้ว และ ได้ชูเสื้อหมายเลข 10 ของทีม ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยค่าตัวที่ได้รับนั้นก็คือ 198 ล้านปอนด์ ถือได้ว่าทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดของโลก โดยการทำสัญญา 5 ปี ในการเล่นให้กับทีม ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง

บ้าไปแล้ว มูรินโญ่ เตรียมแลก 2 นักเตะเพื่อเนย์มาร์

มูเตรียมล่าเนย์มาร์

เนย์มาร์ สตาร์บราซิเลี่ยน ยังคงเป็นนักเตะที่อยู่ในกระแสได้ตลอดเวลา ตั้งแต่เค้าย้ายออกจากบาร์เซโลนามายังกรุงปารีส เหล่าบรรดากระจอกข่าวได้นำเสนอข่าวว่าเค้าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มีทีมนั้นทีมนี้ยื่นซื้อตัวมากมาย ไม่ได้หยุดหย่อนเลย อย่างล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกหนึ่งทีมมีข่าวว่าต้องการเนย์มาร์เป็นอย่างมาก

เดลี่ สตาร์รายงานว่าโชเซ่ มูรินโญ ณ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาบอกว่าเค้าอยากได้ กองหน้าบราซิเลี่ยนอย่าง เนย์มาร์ เป็นอย่างมาก ถึงกับยอมแลกสองนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง พอล ป็อกบา และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล บวกกับเงินสดอีกประมาณ 50 ล้านปอนด์เป็นหนึ่งในสัญญาแลกเปลี่ยนเนย์มาร์อีกด้วย ถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายที่บ้าคลั่งมากทีเดียว อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า เนย์มาร์เองก็ดูเหมือนจะไม่มีความสุขเท่าไรในปารีสนัก แม้ผลงานในสนามจะดีมาก

ผลงานในลีคถือว่าฉลุยได้ยาว(อาจจะเป็นเพราะว่า ปารีส ค่อนข้างห่างจากทีมอื่นในลีค) แต่เกมยุโรปดูแล้วปารีสยังห่างจากเหล่าบรรดาบิ๊กทีมอื่นๆในยุโรปอีกหลายช่วงตัวเลย การที่เค้าจะอยากย้ายเพื่อไขว่คว้าจุดสูงสุดก็ถือว่าเข้าใจได้ สองนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสนั้นเป็นนักเตะอยู่ในลิสต์ของ ปารีส อยากได้อยู่เหมือนกัน แม้อาจจะดูว่าเพ้อฝันไปสักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าไม่มีโอกาสเป็นไปได้ในการสลับขั้วในครั้งนี้ ต้องมาลุ้นกันว่า หน้าร้อนนี้จะมีดีลนี้เกิดขึ้นหรือไม่

เซาท์เกต ออกกฏเข้มรับทีมชาติอังกฤษ

เซาท์เกต ออกกฏเข้ม

ช่วงนี้ข่าวสารของเราคงต้องพักจากเกมสโมสรแล้วไปดูเกมทีมชาติกัน เกมทีมชาติคราวนี้ค่อนข้างสำคัญเลยเนื่องจากจะเป็นเกมสำหรับการเตรียมตัวครั้งสำคัญก่อนจะเข้าสู่เวทีฟุตบอลโลกกลางปีนี้ ณ ประเทศรัสเซีย หนึ่งในทีมชาติขวัญใจแฟนบอลบ้านเราต้องเป็นประเทศอังกฤษ คราวนี้พวกเค้าต้องออกกฏเข้มเพื่อรับเกมกระชับมิตรสุดสำคัญครั้งนี้

แกเร็ธ เซาท์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษตั้งใจกับเกมกระชับมิตรสองเกมนี้มาก เกมอุ่นเครื่องเจอกับ เนเธอร์แลนด์ และ อิตาลี ไม่ได้มีกันบ่อย เกมนี้จะวัดคุณภาพอังกฤษเลยว่าพวกเค้าพร้อมแค่ไหนในการต่อกรกับเหล่าบิ๊กทีมในบอลโลก เซาท์เกต ได้ออกกฏเหล็กหลายอย่าง หนึ่งคือการห้ามขายอาหารในร้านกาแฟ สตาร์บัคส์ เพื่อไม่ให้นักเตะกินอาหารมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น แซนด์วิช, มัฟฟิน หรือ อาหารชนิดอื่นจะถูกนำออกจากเมนูไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงแค่ กาแฟ น้ำชา และ น้ำขวดสำหรับบริการลูกค้าทั่วไปเท่านั้น

สองพนักงานของสตาร์บัคส์จะถูกสั่งห้ามไม่ให้ใส่น้ำเชื่อมลงในเครื่องดื่มของผู้เล่นทีมชาติอังกฤษด้วย ต้องเข้มด้านโภชนาการกันแบบนี้ก็เพื่อให้นักเตะอยู่ในสภาพร่างกายสมบูรณ์สุด การควบคุมอาหารไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด มีหลายคนหยิบเรื่องนี้มาควบคุมนักเตะแล้วเช่น เป๊ป กวาดิโอลาร์ ก็เคยสั่งแบนห้ามนักเตะกินพิซซา และ น้ำผลไม้ หรือ ทีมชาติอังกฤษยุคคาเปลโล ก็เคยสั่งแบนซอสมะเขือเทศมาแล้ว เรื่องเหล่านี้อาจจะดูว่าแปลกแต่ก็เพื่อทีมทั้งนั้น

loading
×